เลือกภาษา

เครื่องคำนวณเปอร์เซ็นต์ไขมันจาก BMI

ประเมินเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายจากค่า BMI อายุ และเพศ พร้อมบอกเกณฑ์มาตรฐานและสัดส่วนมวลไขมัน สามารถดาวน์โหลดผลลัพธ์เป็นรูปภาพและ CSV ได้

Mehmet Demiray (เมห์เมต เดมิเรย์) เผยแพร่ อัปเดตล่าสุด
แชร์
เครื่องคำนวณไขมันรวมทุกวิธีเปรียบเทียบเปอร์เซ็นต์ไขมันของคุณจากหลายวิธีในหน้าเดียว เพื่อหาค่าที่เหมาะสมกับรูปร่างที่สุด

การประเมินเปอร์เซ็นต์ไขมันจากค่า BMI

การหาปริมาณไขมันในร่างกายมักเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับหลายคน แต่ในความเป็นจริงเราสามารถประเมินตัวเลขคร่าวๆ ได้จากน้ำหนักและส่วนสูง เครื่องมือ คำนวณไขมันจาก BMI ใช้หลักการทางสถิติเพื่อแปลงค่าดัชนีมวลกายให้เป็นเปอร์เซ็นต์ไขมัน โดยอ้างอิงจากงานวิจัยของ Deurenberg และคณะในปี 1991 ซึ่งได้พัฒนาสมการที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างดัชนีมวลกาย อายุ และเพศเข้าด้วยกัน ขั้นตอนแรกของระบบคือการหาค่าดัชนีมวลกายตามสูตรมาตรฐาน

BMI=frackgm2BMI = \\frac{kg}{m^2}

เมื่อได้ค่าดัชนีมวลกายแล้ว ระบบจะนำตัวเลขดังกล่าวไปคำนวณต่อในสมการของ Deurenberg เพื่อหาเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย

\\text{\\%BF} = 1.2 \\cdot BMI + 0.23 \\cdot age - 10.8 \\cdot sex - 5.4

ในสมการนี้ ตัวแปรอายุจะใช้หน่วยเป็นปีเต็ม ส่วนตัวแปรเพศจะถูกกำหนดค่าทางคณิตศาสตร์ให้เพศชายมีค่าเท่ากับ 1 และเพศหญิงมีค่าเท่ากับ 0 สมมติว่าคุณมีน้ำหนัก 70 กก. และส่วนสูง 170 ซม. ระบบจะประมวลผลผ่านสมการเหล่านี้เพื่อแสดงปริมาณมวลไขมันและมวลร่างกายไร้ไขมันของคุณออกมาอย่างรวดเร็ว

ทำไมสูตรถึงต้องใช้เพศและอายุ

หากเราดูแค่ค่าดัชนีมวลกายเพียงอย่างเดียว ตัวเลขนั้นจะไม่สามารถบอกความแตกต่างขององค์ประกอบในร่างกายได้เลย นี่คือเหตุผลที่สมการของ Deurenberg ต้องนำตัวแปรด้านอายุและเพศเข้ามาคำนวณร่วมด้วย เมื่อมนุษย์เรามีอายุมากขึ้น มวลกล้ามเนื้อจะค่อยๆ ลดลงตามธรรมชาติและมักถูกแทนที่ด้วยไขมัน แม้ว่าน้ำหนักตัวจะคงที่ก็ตาม ดังนั้นคนอายุ 50 ปีจึงมีแนวโน้มที่จะมีเปอร์เซ็นต์ไขมันสูงกว่าคนอายุ 20 ปีที่มีน้ำหนักและส่วนสูงเท่ากัน

เพศก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน ผู้หญิงมีสรีระที่ต้องกักเก็บไขมันจำเป็นเอาไว้มากกว่าผู้ชายเพื่อรองรับระบบฮอร์โมนและการเจริญพันธุ์ ทำให้ผู้หญิงมีเปอร์เซ็นต์ไขมันพื้นฐานสูงกว่าผู้ชายเสมอ หากผู้ชายและผู้หญิงมีอายุเท่ากันและมีค่าดัชนีมวลกายที่ 22 เท่ากัน ผลลัพธ์จากเครื่องมือ คำนวณไขมันจาก BMI จะแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าฝ่ายหญิงมีสัดส่วนไขมันที่สูงกว่า ซึ่งเป็นไปตามกลไกธรรมชาติของร่างกายมนุษย์

ข้อดีและข้อจำกัดของการคำนวณด้วยวิธีนี้

จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของเครื่องมือ คำนวณไขมันจาก BMI คือความสะดวกสบาย คุณไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์พิเศษใดๆ ไม่ต้องใช้สายวัดตัวหรือคาลิปเปอร์หนีบไขมัน เพียงแค่ทราบน้ำหนักและส่วนสูงปัจจุบันก็สามารถประเมินผลได้ทันที นอกจากนี้ยังมีการแสดงผลลัพธ์ที่เข้าใจง่าย โดยแบ่งเกณฑ์ตามมาตรฐานของสภาการออกกำลังกายแห่งอเมริกา พร้อมบอกปริมาณมวลไขมันและมวลร่างกายไร้ไขมันให้คุณทราบ

อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ก็รับเอาข้อจำกัดของ การคำนวณค่า BMI มาด้วยเช่นกัน สมการนี้ไม่สามารถแยกแยะระหว่างน้ำหนักของกล้ามเนื้อและน้ำหนักของไขมันได้ หากคุณเป็นนักกีฬาหรือผู้ที่เล่นเวทเทรนนิ่งจนมีมวลกล้ามเนื้อมาก เครื่องมือนี้อาจประเมินเปอร์เซ็นต์ไขมันของคุณสูงเกินจริง นอกจากนี้ยังไม่สามารถบอกการกระจายตัวของไขมันในร่างกายได้ เช่น ไม่สามารถระบุได้ว่าไขมันส่วนใหญ่ไปสะสมอยู่ที่บริเวณช่องท้องหรือต้นขา

เปรียบเทียบกับวิธีวัดไขมันแบบอื่นๆ

หากคุณเป็นบุคคลทั่วไปที่ต้องการทราบแนวโน้มของร่างกายเพื่อวางแผนควบคุมอาหาร การใช้เครื่องมือ คำนวณไขมันจาก BMI ถือว่าเพียงพอและรวดเร็วที่สุด แต่ถ้าคุณต้องการความแม่นยำที่มากขึ้นหรือเป็นผู้ที่มีรูปร่างแตกต่างจากค่าเฉลี่ยทั่วไป คุณอาจต้องพิจารณาวิธีอื่นที่เจาะจงกว่า

สำหรับผู้ที่ไม่มีอุปกรณ์คลินิก การใช้สายวัดตัวร่วมกับ สูตรของกองทัพเรือสหรัฐฯ หรือการประเมินด้วย สูตร RFM จะช่วยลดความคลาดเคลื่อนจากมวลกล้ามเนื้อได้ดีกว่า เนื่องจากมีการวัดเส้นรอบวงของร่างกายบริเวณเอวและคอมาประกอบการประเมิน ส่วนผู้ที่มีอุปกรณ์และต้องการความแม่นยำที่สูงขึ้น การใช้ การวัดชั้นไขมันด้วยคาลิปเปอร์ จะให้ผลลัพธ์ที่สะท้อนปริมาณไขมันใต้ผิวหนังได้ตรงจุดที่สุด เพราะเป็นการดึงชั้นไขมันขึ้นมาวัดความหนาโดยตรง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เราสามารถประเมินไขมันจากค่าดัชนีมวลกายได้จริงหรือ สามารถประเมินได้ในระดับสถิติสำหรับบุคคลทั่วไป โดยอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนัก ส่วนสูง อายุ และเพศ แม้จะไม่แม่นยำเท่าการวัดด้วยเครื่องมือแพทย์ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการติดตามแนวโน้มสุขภาพของคุณ

ต้องใช้ข้อมูลอะไรบ้างในการคำนวณ คุณต้องระบุน้ำหนัก ส่วนสูง อายุ และเพศ ระบบจะทำการคำนวณหาค่าดัชนีมวลกายก่อน จากนั้นจึงนำไปเข้าสมการของ Deurenberg เพื่อหาเปอร์เซ็นต์ไขมัน

ผลลัพธ์ที่ได้มีโอกาสคลาดเคลื่อนมากน้อยเพียงใด สำหรับคนทั่วไปที่มีรูปร่างตามมาตรฐาน ผลลัพธ์อาจคลาดเคลื่อนได้ประมาณ 3% ถึง 5% แต่สำหรับนักกีฬา ผู้ที่เล่นกล้าม หรือผู้สูงอายุที่สูญเสียมวลกล้ามเนื้อไปมาก ความคลาดเคลื่อนอาจสูงกว่านี้

ทำไมผู้ชายและผู้หญิงที่มีค่าดัชนีมวลกายเท่ากันจึงได้ผลลัพธ์ไม่เท่ากัน เนื่องจากร่างกายของผู้หญิงถูกออกแบบมาให้มีชั้นไขมันสำหรับรองรับการตั้งครรภ์และระบบฮอร์โมนเพศหญิง สมการจึงมีการปรับค่าคงที่ให้สอดคล้องกับสรีระตามธรรมชาติ ซึ่งผู้หญิงจะมีเปอร์เซ็นต์ไขมันสูงกว่าผู้ชายเสมอเมื่อมีรูปร่างในระดับเดียวกัน

คำถามที่เราตอบบ่อยที่สุด

เราสามารถประเมินเปอร์เซ็นต์ไขมันจากค่า BMI ได้จริงหรือ

ได้ แต่เป็นการประเมินเบื้องต้นเท่านั้น เครื่องมือ คำนวณไขมันจาก BMI ใช้สมการของ Deurenberg ที่นำค่า BMIมาคำนวณร่วมกับอายุและเพศ วิธีนี้เหมาะสำหรับคนทั่วไปที่ต้องการทราบแนวโน้มของสัดส่วนไขมันโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์วัด แต่จะไม่แม่นยำสำหรับนักกีฬาหรือผู้ที่มีมวลกล้ามเนื้อเยอะ เนื่องจากไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างน้ำหนักกล้ามเนื้อและน้ำหนักไขมันได้

ต้องใช้ข้อมูลอะไรบ้างในการคำนวณไขมันด้วยวิธีนี้

คุณใช้เพียงข้อมูลพื้นฐาน 4 อย่าง ได้แก่ เพศ อายุ น้ำหนัก และส่วนสูง เมื่อกรอกข้อมูลเหล่านี้ลงในเครื่องมือ คำนวณไขมันจาก BMI ระบบจะหาค่าดัชนีมวลกายของคุณก่อน จากนั้นจึงนำไปเข้าสมการเพื่อประเมินเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย พร้อมทั้งบอกปริมาณมวลไขมันและมวลร่างกายไร้ไขมันให้ทราบทันที

ผลลัพธ์จากสมการ Deurenberg มีความคลาดเคลื่อนมากน้อยแค่ไหน

การประเมินด้วยวิธีนี้อาจมีความคลาดเคลื่อนได้ประมาณ 3% ถึง 5% เมื่อเทียบกับการวัดด้วยวิธีมาตรฐานทางคลินิก ความคลาดเคลื่อนมักจะสูงขึ้นในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ หากคุณต้องการผลลัพธ์ที่เจาะจงมากขึ้น แนะนำให้ลองใช้การวัดสัดส่วนร่างกายแบบกองทัพเรือ หรือการวัดรอยพับผิวหนังแทน

ทำไมผู้ชายและผู้หญิงที่มีค่าดัชนีมวลกายเท่ากัน ถึงมีเปอร์เซ็นต์ไขมันไม่เท่ากัน

โดยธรรมชาติแล้ว สรีระของผู้หญิงจะสะสมไขมันมากกว่าผู้ชายเพื่อรองรับระบบสืบพันธุ์และการตั้งครรภ์ สมการที่ใช้ในเครื่องมือนี้จึงมีการหักลบค่าคงที่สำหรับเพศชายออก ทำให้เมื่อป้อนค่าน้ำหนัก ส่วนสูง และอายุที่เหมือนกันทุกประการ ผู้หญิงจะได้รับผลประเมินเปอร์เซ็นต์ไขมันที่สูงกว่าผู้ชายเสมอ

ถ้าน้ำหนักคงที่มาตลอด อายุที่เพิ่มขึ้นจะทำให้เปอร์เซ็นต์ไขมันเปลี่ยนไปหรือไม่

เปลี่ยนไปอย่างแน่นอน เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ระบบเผาผลาญจะทำงานลดลงและมวลกล้ามเนื้อจะค่อยๆ หดหายไปตามธรรมชาติ แม้ว่าน้ำหนักบนตาชั่งจะเท่าเดิม แต่สัดส่วนของไขมันมักจะเพิ่มขึ้น เครื่องมือจึงนำปัจจัยเรื่องอายุมาคูณเพิ่มในสมการเพื่อให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของสรีระตามวัย

เมื่อไหร่ที่ควรเปลี่ยนไปใช้วิธีอื่นในการคำนวณเปอร์เซ็นต์ไขมัน

หากคุณกำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนักอย่างจริงจังหรือสร้างกล้ามเนื้อ การใช้แค่ส่วนสูงและน้ำหนักอาจไม่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของรูปร่าง ในกรณีนี้ควรใช้การคำนวณแบบ RFM ที่ใช้รอบเอวเข้ามาช่วยประเมิน หรือใช้คาลิปเปอร์หนีบชั้นไขมันเพื่อให้ได้ค่าที่แม่นยำและติดตามผลได้ดีกว่า