เลือกภาษา

เครื่องคำนวณเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย

คำนวณเปอร์เซ็นต์ไขมันด้วย 4 วิธีมาตรฐาน เช่น US Navy, RFM, BMI และ Skinfold พร้อมบอกเกณฑ์ประเมินสุขภาพและมวลไขมันอย่างแม่นยำ

Mehmet Demiray (เมห์เมต เดมิเรย์) เผยแพร่ อัปเดตล่าสุด
แชร์
ใต้ลูกกระเดือก
ระดับสะดือ ให้สายวัดขนานกับพื้น
เลือกกรอกได้ เพื่อดูมวลไขมันและมวลร่างกายไร้ไขมัน

เปอร์เซ็นต์ไขมันบอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพของคุณ

น้ำหนักบนเครื่องชั่งไม่สามารถบอกได้ว่าร่างกายของคุณประกอบด้วยอะไรบ้าง หลายคนอาจมีน้ำหนักตัวเท่ากันแต่มีรูปร่างและสุขภาพที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง นั่นเป็นเพราะน้ำหนักตัวรวมเอาทั้งมวลไขมันและมวลที่ไร้ไขมัน เช่น กล้ามเนื้อ กระดูก และน้ำเข้าด้วยกัน การรู้ปริมาณไขมันในร่างกายจึงเป็นตัวชี้วัดสุขภาพที่แม่นยำกว่าการดูแค่น้ำหนักเพียงอย่างเดียว ตัวอย่างเช่น นักกีฬาที่มีกล้ามเนื้อมากอาจมีน้ำหนักตัวสูงจนดูเหมือนเป็นโรคอ้วนหากประเมินจากดัชนีมวลกาย แต่ในความเป็นจริงพวกเขามีไขมันสะสมน้อยมาก การใช้คำนวณเปอร์เซ็นต์ไขมันจะช่วยให้คุณทราบสัดส่วนไขมันที่แท้จริง ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในการวางแผนลดน้ำหนักหรือเพิ่มกล้ามเนื้อ เพราะเป้าหมายที่ถูกต้องในการดูแลสุขภาพคือการลดไขมันส่วนเกิน ไม่ใช่แค่การลดน้ำหนักรวม

4 วิธีการประเมินเปอร์เซ็นต์ไขมันที่ได้รับความนิยม

คำนวณเปอร์เซ็นต์ไขมันมีหลายวิธีให้เลือกใช้ตามความสะดวกและอุปกรณ์ที่มี โดยมี 4 วิธีหลักที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง วิธีแรกคือ สูตรกองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งเป็นค่าเริ่มต้นที่นิยมใช้มากที่สุด วิธีนี้ใช้เพียงสายวัดตัวเพื่อวัดรอบคอ รอบเอว และส่วนสูง สำหรับผู้หญิงจะเพิ่มการวัดรอบสะโพก ถือเป็นวิธีที่สะดวกและให้ผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือ วิธีที่สองคือ วิธี RFM หรือ Relative Fat Mass ซึ่งง่ายกว่าวิธีแรกเพราะใช้แค่ส่วนสูงและรอบเอวเท่านั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประเมินอย่างรวดเร็ว วิธีที่สามคือ คำนวณจากค่า BMI หรือสูตรของ Deurenberg วิธีนี้อาศัยน้ำหนัก ส่วนสูง อายุ และเพศ เหมาะสำหรับประเมินแนวโน้มไขมันคร่าวๆ โดยไม่ต้องใช้สายวัด วิธีที่สี่คือ การวัดชั้นไขมันใต้ผิวหนัง หรือ Jackson-Pollock วิธีนี้ต้องใช้คาลิปเปอร์หนีบวัดความหนาของชั้นไขมันใน 3 จุดของร่างกาย แม้จะต้องการอุปกรณ์เฉพาะและทักษะในการวัด แต่ก็ให้ความแม่นยำสูงเมื่อเทียบกับวิธีวัดสัดส่วน

สูตรคณิตศาสตร์ที่ใช้ในการคำนวณเปอร์เซ็นต์ไขมัน

เบื้องหลังการทำงานของคำนวณเปอร์เซ็นต์ไขมันคือสมการทางคณิตศาสตร์ที่ได้จากการเก็บข้อมูลและวิจัยมาอย่างยาวนาน สำหรับสูตรกองทัพเรือสหรัฐฯ ของผู้ชาย จะใช้สมการลอการิทึมดังนี้

%BF=4951.03240.19077log10(waistneck)+0.15456log10(height)450\%BF = \frac{495}{1.0324 - 0.19077\log_{10}(waist-neck) + 0.15456\log_{10}(height)} - 450

ส่วนผู้หญิงจะใช้สมการที่ปรับเปลี่ยนเล็กน้อยโดยนำรอบสะโพกมาร่วมคำนวณด้วย สำหรับวิธี RFM จะใช้สมการที่เรียบง่ายกว่า โดยสูตรของผู้ชายคือ

%BF=6420heightwaist\%BF = 64 - 20\,\frac{height}{waist}

ในขณะที่ผู้หญิงจะเปลี่ยนตัวเลขเริ่มต้นจาก 64 เป็น 76 สำหรับการประเมินผ่าน BMI ตามสูตรของ Deurenberg จะคำนวณโดยใช้สมการ

%BF=1.2BMI+0.23age10.8sex5.4\%BF = 1.2\,BMI + 0.23\,age - 10.8\,sex - 5.4

โดยกำหนดให้เพศชายมีค่าเท่ากับ 1 และเพศหญิงมีค่าเท่ากับ 0 ส่วนวิธีวัดชั้นไขมันจะนำผลรวมของความหนาไขมันทั้ง 3 จุดไปคำนวณหาความหนาแน่นของร่างกาย ก่อนจะแปลงเป็นเปอร์เซ็นต์ไขมันด้วยสูตรของ Siri ต่อไป

เทคนิคการวัดสัดส่วนให้แม่นยำ

ความแม่นยำของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับความถูกต้องของการวัดสัดส่วนเป็นหลัก หากใช้สายวัดตัว ควรเลือกสายวัดที่ไม่ยืดหยุ่นและดึงสายให้แนบสนิทกับผิวหนังโดยไม่รัดจนเนื้อปลิ้น การวัดรอบคอให้วัดบริเวณใต้ลูกกระเดือกโดยเอียงสายวัดลงด้านหน้าเล็กน้อย สำหรับการวัดรอบเอว ผู้ชายควรวัดระดับสะดือพอดี ส่วนผู้หญิงให้วัดบริเวณที่คอดที่สุดของเอว หากต้องวัดรอบสะโพก ให้วัดส่วนที่ผายหรือกว้างที่สุดของก้น โดยรักษาระดับสายวัดให้ขนานกับพื้นเสมอ หากคุณใช้วิธีวัดชั้นไขมันใต้ผิวหนังด้วยคาลิปเปอร์ เทคนิคสำคัญคือการใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ดึงเฉพาะชั้นผิวหนังและไขมันขึ้นมาโดยไม่ให้ติดกล้ามเนื้อ จากนั้นใช้คาลิปเปอร์หนีบห่างจากนิ้วประมาณ 1 ซม. รอประมาณ 1 ถึง 2 วินาทีก่อนอ่านค่า การวัดซ้ำในจุดเดิม 2 ถึง 3 ครั้งแล้วหาค่าเฉลี่ยจะช่วยลดความคลาดเคลื่อนได้มาก

การอ่านผลลัพธ์และเกณฑ์มาตรฐานของ ACE

เมื่อระบบประเมินผลเสร็จสิ้น คุณจะได้รับค่าเปอร์เซ็นต์ไขมันพร้อมกับการจัดกลุ่มตามมาตรฐานของสภาการออกกำลังกายแห่งอเมริกา (ACE) ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่ ไขมันจำเป็น นักกีฬา ฟิตเนส ระดับทั่วไป และโรคอ้วน เกณฑ์เหล่านี้มีความแตกต่างกันระหว่างเพศชายและเพศหญิง เนื่องจากผู้หญิงมีความจำเป็นต้องมีไขมันสะสมมากกว่าเพื่อระบบฮอร์โมนและการเจริญพันธุ์ ตัวอย่างเช่น ระดับฟิตเนสของผู้ชายจะอยู่ที่ 14% ถึง 17% ในขณะที่ผู้หญิงจะอยู่ที่ 21% ถึง 24% ส่วนระดับไขมันจำเป็นซึ่งเป็นระดับต่ำสุดที่ร่างกายต้องมีเพื่อเอาชีวิตรอด ผู้ชายจะอยู่ที่ 2% ถึง 5% ส่วนผู้หญิงอยู่ที่ 10% ถึง 13% นอกจากการดูเกณฑ์มาตรฐานแล้ว คำนวณเปอร์เซ็นต์ไขมันยังแสดงสัดส่วนมวลไขมันและมวลที่ไร้ไขมันเป็นกิโลกรัมเมื่อคุณกรอกน้ำหนักตัวลงไป ข้อมูลนี้มีประโยชน์อย่างมากในการติดตามความก้าวหน้า เพราะคุณสามารถดูได้ว่าน้ำหนักที่ลดลงไปนั้นเป็นไขมันที่หายไป หรือเป็นการสูญเสียกล้ามเนื้อ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความแม่นยำและผลลัพธ์ที่แตกต่าง

หลายคนมักสงสัยว่าวิธีใดให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุด คำตอบคือการวัดด้วยเครื่องสแกน DEXA ถือเป็นมาตรฐานทองคำ แต่สำหรับวิธีที่สามารถทำได้เองที่บ้าน การใช้คาลิปเปอร์วัดชั้นไขมันจะให้ผลใกล้เคียงความจริงมากที่สุด รองลงมาคือสูตรกองทัพเรือสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม วิธีประเมินเหล่านี้อาจมีความคลาดเคลื่อนประมาณบวกหรือลบ 3% ถึง 5% เมื่อเทียบกับ DEXA อีกหนึ่งคำถามที่พบบ่อยคือเหตุใดแต่ละวิธีจึงให้ค่าเปอร์เซ็นต์ไขมันไม่เท่ากันในบุคคลเดียวกัน สาเหตุมาจากแต่ละสูตรใช้ตัวแปรและสมมติฐานที่ต่างกัน ตัวอย่างเช่น การคำนวณจาก BMI ใช้เพียงน้ำหนักและส่วนสูง จึงอาจประเมินนักกีฬาที่มีกล้ามเนื้อมากว่ามีไขมันสูงเกินจริง ในขณะที่สูตรกองทัพเรือใช้สัดส่วนร่างกายจริงจึงให้ผลที่สอดคล้องกับรูปร่างมากกว่า สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การหาตัวเลขที่สมบูรณ์แบบ แต่คือการเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่งอย่างสม่ำเสมอเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของร่างกายในระยะยาว

คำถามที่เราตอบบ่อยที่สุด

วิธีคำนวณเปอร์เซ็นต์ไขมันแบบไหนมีความแม่นยำที่สุด

ในเครื่องมือคำนวณเปอร์เซ็นต์ไขมันของเรา วิธีวัดด้วยคาลิปเปอร์มักจะให้ผลที่ใกล้เคียงความจริงมากที่สุดหากผู้คีบวัดมีความชำนาญ รองลงมาคือวิธีของกองทัพเรือสหรัฐฯที่ใช้เพียงสายวัดตัว ซึ่งมีความแม่นยำเพียงพอสำหรับติดตามความก้าวหน้าทั่วไป อย่างไรก็ตาม ทุกวิธีเป็นการประเมินเบื้องต้นและอาจมีความคลาดเคลื่อนประมาณ 3% ถึง 5% เมื่อเทียบกับการสแกน DEXA

การวัดรอบเอวและรอบคอสำหรับวิธี US Navy ต้องวัดตรงจุดไหน

สำหรับผู้ชาย ให้วัดรอบเอวบริเวณสะดือในแนวราบ ส่วนผู้หญิงให้วัดส่วนที่คอดที่สุดของเอว สำหรับการวัดรอบคอของทั้งสองเพศ ให้วัดใต้ลูกกระเดือกโดยเอียงสายวัดลงด้านหน้าเล็กน้อย ควรดึงสายวัดให้แนบสนิทกับผิวหนังแต่ไม่รัดจนแน่นเกินไป และควรวัดขณะผ่อนคลายลมหายใจออก

เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายที่เหมาะสมของแต่ละเพศควรอยู่ที่เท่าไร

เกณฑ์สุขภาพโดยทั่วไปตามมาตรฐาน ACE ผู้ชายควรมีไขมันอยู่ในช่วง 14% ถึง 24% ในขณะที่ผู้หญิงจะมีสรีระที่ต้องการไขมันมากกว่า โดยควรอยู่ในช่วง 21% ถึง 31% หากเปอร์เซ็นต์ไขมันต่ำกว่านี้มักจะพบในกลุ่มนักกีฬา แต่หากสูงกว่าเกณฑ์นี้จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่เสี่ยงต่อภาวะโรคอ้วน

ทำไมการคำนวณจากแต่ละวิธีถึงได้ผลลัพธ์เปอร์เซ็นต์ไขมันไม่เท่ากัน

แต่ละวิธีใช้สมการและตัวแปรที่ต่างกันในการประเมิน เช่น การคำนวณจากค่า BMI จะเน้นใช้น้ำหนักและส่วนสูงซึ่งอาจประเมินไขมันสูงเกินไปในคนที่มีกล้ามเนื้อมาก ในขณะที่วิธี RFM จะเน้นสัดส่วนความสูงต่อรอบเอว ความแตกต่างของโครงสร้างร่างกายและการกระจายตัวของไขมันในแต่ละบุคคลจึงทำให้ผลลัพธ์ที่ได้จากแต่ละวิธีมีความแตกต่างกัน

จำเป็นต้องมีอุปกรณ์พิเศษในการใช้เครื่องมือคำนวณเปอร์เซ็นต์ไขมันหรือไม่

ไม่จำเป็นเสมอไป หากคุณเลือกใช้วิธีของกองทัพเรือสหรัฐฯ หรือวิธี RFM คุณจะใช้เพียงสายวัดตัวมาตรฐานเพื่อวัดสัดส่วนเท่านั้น แต่หากคุณต้องการใช้วิธีวัดชั้นไขมัน คุณจำเป็นต้องมีอุปกรณ์หนีบวัดไขมันหรือคาลิปเปอร์เพื่อวัดความหนาของชั้นไขมันใต้ผิวหนังในหน่วยมิลลิเมตร

คนที่มีกล้ามเนื้อเยอะหรือนักเพาะกายสามารถใช้เครื่องมือนี้ได้หรือไม่

สามารถใช้ได้ แต่ควรเลือกวิธีให้เหมาะสม สำหรับผู้ที่มีมวลกล้ามเนื้อสูง ไม่แนะนำให้ใช้วิธีที่อ้างอิงจากน้ำหนักตัวหรือ BMI เนื่องจากมักจะคำนวณเปอร์เซ็นต์ไขมันออกมาสูงกว่าความเป็นจริง ควรเลือกใช้วิธีวัดด้วยคาลิปเปอร์หรือวิธีวัดสัดส่วนด้วยสายวัดจะให้ผลลัพธ์ที่สะท้อนปริมาณไขมันที่แท้จริงได้ดีกว่า