เลือกภาษา

ตัวสร้างบาร์โค้ด ISBN (EAN-13 สำหรับหนังสือ)

สร้างบาร์โค้ด EAN-13 ที่สแกนได้จากเลข ISBN-13 ของคุณ รองรับการใส่เลขแบบมีและไม่มีขีดกลาง ดาวน์โหลดเป็นไฟล์ PNG หรือ SVG คุณภาพสูง

Mehmet Demiray (เมห์เมต เดมิเรย์) เผยแพร่ อัปเดตล่าสุด
แชร์
เครื่องมือสร้างบาร์โค้ดแบบครบวงจรหากต้องการสร้างบาร์โค้ดรูปแบบอื่น คุณสามารถใช้เครื่องมือรวมนี้เพื่อเลือกประเภทบาร์โค้ดที่ต้องการได้ในที่เดียว
กรอกรหัส ISBN 13 หลัก จะใส่หรือไม่ใส่ยัติภังค์ก็ได้
ตัวคูณความกว้างของโมดูล ยิ่งมีค่ามากบาร์โค้ดก็จะยิ่งกว้างขึ้น
ความสูงของแถบบาร์โค้ด (หน่วยเป็นมิลลิเมตร)
พิมพ์รหัส ISBN เป็นข้อความที่อ่านได้พร้อมกับบาร์โค้ด

ISBN คืออะไร และแปลงเป็นบาร์โค้ดได้อย่างไร

ISBN (International Standard Book Number) หรือ เลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ คือรหัสเฉพาะที่ใช้ระบุหนังสือแต่ละเล่มทั่วโลก เปรียบเสมือนบัตรประชาชนของหนังสือ ช่วยให้การจัดการสต็อก การจัดจำหน่าย และการสืบค้นในห้องสมุดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ตัวเลข ISBN เพียงอย่างเดียวไม่สามารถสแกนด้วยเครื่องอ่านได้ การจะนำไปใช้ในระบบค้าปลีกจำเป็นต้องแปลงให้อยู่ในรูปแบบบาร์โค้ดที่เครื่องสแกนสามารถอ่านได้ บาร์โค้ดสำหรับ ISBN นั้นเป็นบาร์โค้ดชนิด EAN-13 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค โดยหนังสือจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์พิเศษที่เรียกว่า "Bookland" ซึ่งจะขึ้นต้นด้วยรหัส 978 หรือ 979 เสมอ ดังนั้น บาร์โค้ด ISBN จึงเป็นรูปแบบเฉพาะของ บาร์โค้ด EAN-13 นั่นเอง เครื่องมือ ตัวสร้างบาร์โค้ด ISBN ของเราถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะ เพียงคุณป้อนหมายเลข ISBN-13 ของหนังสือ ระบบจะทำการคำนวณและสร้างภาพบาร์โค้ดที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากลให้ทันที คุณสามารถดาวน์โหลดเป็นไฟล์ภาพ PNG หรือ SVG เพื่อนำไปใช้งานบนปกหนังสือของคุณได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าคุณจะเป็นสำนักพิมพ์ขนาดเล็กหรือนักเขียนที่จัดพิมพ์หนังสือด้วยตนเอง

โครงสร้างของเลข ISBN-13: แต่ละส่วนมีความหมายว่าอะไร

หมายเลข ISBN-13 ที่เราเห็นบนปกหลังหนังสือ ประกอบด้วยตัวเลข 13 หลัก ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ส่วน แต่ละส่วนมีความหมายเฉพาะตัว การทำความเข้าใจโครงสร้างนี้จะช่วยให้คุณตรวจสอบความถูกต้องของหมายเลขได้ 1. รหัสpräfix (Prefix): 3 หลักแรก ปัจจุบันคือ 978 หรือ 979 เป็นตัวเลขที่กำหนดโดย GS1 เพื่อระบุว่านี่คือผลิตภัณฑ์ประเภทหนังสือ (Bookland) 2. รหัสกลุ่มประเทศ (Registration Group): ตัวเลข 1-5 หลักถัดมา ใช้ระบุประเทศหรือกลุ่มภาษา สำหรับประเทศไทย รหัสนี้คือ 974 3. รหัสสำนักพิมพ์ (Registrant): เป็นรหัสที่ระบุสำนักพิมพ์ผู้จัดทำหนังสือแต่ละราย ความยาวของรหัสส่วนนี้จะแตกต่างกันไป สำนักพิมพ์ขนาดใหญ่ที่มีผลงานจำนวนมากจะได้รหัสที่สั้นกว่า 4. รหัสหนังสือ (Publication): เป็นตัวเลขที่สำนักพิมพ์กำหนดขึ้นเพื่อระบุหนังสือแต่ละเล่มโดยเฉพาะ ความยาวของรหัสส่วนนี้จะขึ้นอยู่กับความยาวของรหัสสำนักพิมพ์ โดยผลรวมของหลักในส่วนที่ 2, 3 และ 4 จะต้องเท่ากับ 9 หลักเสมอ 5. เลขตรวจสอบ (Check Digit): หลักสุดท้าย เป็นตัวเลขที่คำนวณทางคณิตศาสตร์จาก 12 หลักแรก เพื่อใช้ตรวจสอบความถูกต้องของหมายเลข ISBN ทั้งหมด เครื่องมือ ตัวสร้างบาร์โค้ด ISBN จะคำนวณและตรวจสอบเลขหลักนี้ให้โดยอัตโนมัติ ทำให้มั่นใจได้ว่าบาร์โค้ดที่สร้างขึ้นจะสามารถใช้งานได้จริง

วิธีขอรับเลข ISBN ในประเทศไทยสำหรับนักเขียนและสำนักพิมพ์

สำหรับนักเขียนอิสระและสำนักพิมพ์ในประเทศไทยที่ต้องการจัดพิมพ์หนังสือเพื่อจำหน่ายอย่างเป็นทางการ การขอเลข ISBN เป็นขั้นตอนที่จำเป็น หน่วยงานที่รับผิดชอบในการออกเลข ISBN และ ISSN (เลขมาตรฐานสากลประจำวารสาร) ในประเทศไทยคือ หอสมุดแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร กระบวนการขอรับเลข ISBN ไม่ซับซ้อนและไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้จัดพิมพ์สามารถยื่นคำขอได้ทั้งในนามบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยต้องเตรียมเอกสารประกอบ เช่น สำเนาบัตรประชาชน (สำหรับบุคคล) หรือหนังสือรับรองบริษัท (สำหรับนิติบุคคล) พร้อมกรอกแบบฟอร์มคำขอซึ่งระบุรายละเอียดเกี่ยวกับหนังสือที่จะจัดพิมพ์ เช่น ชื่อเรื่อง ชื่อผู้แต่ง จำนวนหน้าที่คาดการณ์ไว้ ปัจจุบันหอสมุดแห่งชาติมีบริการยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกและรวดเร็ว เมื่อคำขอได้รับการอนุมัติ ผู้จัดพิมพ์จะได้รับชุดหมายเลข ISBN (通常เป็นบล็อก 10 หรือ 100 หมายเลข) เพื่อนำไปใช้กับหนังสือของตนเอง หลังจากได้หมายเลขแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือนำหมายเลขนั้นมาสร้างบาร์โค้ดด้วย ตัวสร้างบาร์โค้ด ISBN เพื่อนำไปออกแบบบนปกหนังสือต่อไป

การวางบาร์โค้ดบนปกหลังหนังสือ: ตำแหน่งและขนาดที่เหมาะสม

หลังจากใช้ ตัวสร้างบาร์โค้ด ISBN สร้างบาร์โค้ดเรียบร้อยแล้ว การนำไปวางบนปกหนังสืออย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้เครื่องสแกนสามารถอ่านข้อมูลได้อย่างแม่นยำ โดยมีหลักปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานสากลดังนี้ ตำแหน่ง: ตำแหน่งมาตรฐานสำหรับบาร์โค้ด ISBN คือบริเวณ มุมล่างขวาของปกหลัง การวางบาร์โค้ดในตำแหน่งนี้ช่วยให้พนักงานร้านหนังสือหรือบรรณารักษ์สามารถสแกนได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ควรเว้นพื้นที่ว่างรอบบาร์โค้ด (Quiet Zone) อย่างน้อย 3 มม. เพื่อป้องกันไม่ให้องค์ประกอบอื่น ๆ บนปกรบกวนการสแกน ขนาด: ขนาดมาตรฐานที่แนะนำสำหรับบาร์โค้ด EAN-13 คือความกว้างประมาณ 37.29 มม. และความสูง 25.93 มม. (รวมตัวเลขที่พิมพ์อยู่ด้านล่าง) ไม่ควรย่อขนาดบาร์โค้ดให้เล็กกว่า 80% ของขนาดมาตรฐาน หรือขยายเกิน 200% เพราะอาจทำให้เครื่องสแกนอ่านไม่ได้ สี: บาร์โค้ดควรพิมพ์ด้วยสีเข้มบนพื้นหลังสีอ่อน โดยคู่สีที่คมชัดที่สุดคือ แท่งบาร์โค้ดสีดำบนพื้นหลังสีขาว ควรหลีกเลี่ยงการใช้สีแดงสำหรับแท่งบาร์โค้ด เนื่องจากเครื่องสแกนส่วนใหญ่ใช้แสงสีแดงซึ่งจะสะท้อนสีแดง ทำให้มองไม่เห็นแท่งบาร์โค้ด บาร์โค้ดราคา (Add-on): ในบางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา จะมีบาร์โค้ด 5 หลัก (EAN-5) ต่อท้ายเพื่อระบุราคา แต่สำหรับประเทศไทยนั้นไม่เป็นที่นิยม ร้านหนังสือส่วนใหญ่มักจะพิมพ์ราคาเป็นตัวอักษรปกติไว้ใกล้กับบาร์โค้ด เช่น "ราคา ฿295.00" หรือติดสติกเกอร์ราคาแยกต่างหาก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบาร์โค้ด ISBN

รวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้งาน ตัวสร้างบาร์โค้ด ISBN และข้อสงสัยทั่วไปเกี่ยวกับบาร์โค้ดสำหรับหนังสือ

1. บาร์โค้ด ISBN แตกต่างจากบาร์โค้ด EAN-13 ทั่วไปหรือไม่? โดยพื้นฐานแล้ว บาร์โค้ด ISBN คือ บาร์โค้ด EAN-13 ชนิดหนึ่ง แต่เป็นชนิดพิเศษที่สงวนไว้สำหรับหนังสือเท่านั้น สิ่งที่ทำให้มันแตกต่างคือตัวเลข 3 หลักแรก (Prefix) ซึ่งจะเป็น 978 หรือ 979 เสมอ เพื่อระบุว่าเป็นสินค้าในกลุ่ม "Bookland" ในขณะที่สินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ จะใช้รหัสประเทศต่าง ๆ เช่น 885 สำหรับประเทศไทย

2. สามารถใส่เลข ISBN ที่มีขีดคั่น (-) ลงในเครื่องมือได้หรือไม่? ได้ เครื่องมือของเราออกแบบมาให้ใช้งานง่าย คุณสามารถคัดลอกและวางหมายเลข ISBN-13 ที่มีขีดคั่น (เช่น 978-974-16-5874-1) ลงไปได้เลย ระบบจะทำการลบขีดคั่นออกและประมวลผลเฉพาะตัวเลขโดยอัตโนมัติ

3. หนังสือของฉันต้องมีบาร์โค้ดราคาแยกต่างหากหรือไม่? ในประเทศไทย โดยทั่วไปแล้วไม่จำเป็นต้องมีบาร์โค้ดราคา 5 หลัก (EAN-5 add-on) แยกต่างหาก ร้านหนังสือส่วนใหญ่นิยมพิมพ์ราคาเป็นข้อความธรรมดาบนปกหลัง หรือใช้สติกเกอร์ราคาติดทับอีกที การมีเพียงบาร์โค้ด ISBN หลักก็เพียงพอสำหรับการจัดจำหน่ายแล้ว

4. ถ้าฉันมีเลข ISBN 10 หลักแบบเก่า จะต้องทำอย่างไร? ระบบ ISBN ได้เปลี่ยนมาใช้รูปแบบ 13 หลักอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่ปี 2007 หากคุณมีเลข 10 หลักเก่าอยู่ คุณต้องแปลงเป็น 13 หลักก่อนใช้งาน โดยการเติม 978 ข้างหน้าและคำนวณเลขตรวจสอบ (Check Digit) หลักสุดท้ายใหม่ ซึ่งเครื่องมือ ตัวสร้างบาร์โค้ด ISBN หลายๆ แห่งสามารถช่วยแปลงให้ได้โดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม สำหรับหนังสือที่พิมพ์ใหม่ทั้งหมดในปัจจุบัน คุณควรขอและใช้เลข ISBN-13 จากหอสมุดแห่งชาติโดยตรง

หากคุณต้องการสร้างบาร์โค้ดสำหรับสินค้าประเภทอื่นนอกเหนือจากหนังสือ คุณสามารถใช้ เครื่องมือสร้างบาร์โค้ดทั่วไป ของเราได้

คำถามที่เราตอบบ่อยที่สุด

บาร์โค้ด ISBN กับบาร์โค้ด EAN-13 ทั่วไปต่างกันอย่างไร

บาร์โค้ด ISBN คือบาร์โค้ด EAN-13 ประเภทหนึ่งที่ใช้สำหรับหนังสือโดยเฉพาะ จะขึ้นต้นด้วยรหัสประเทศหนังสือ (Bookland) คือ 978 หรือ 979 เสมอ ในขณะที่บาร์โค้ด EAN-13 ทั่วไปใช้สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ และมีรหัสเริ่มต้นที่แตกต่างกันไปตามประเทศผู้ผลิต พูดง่ายๆ ก็คือ บาร์โค้ด ISBN ทุกอันเป็น EAN-13 แต่ไม่ใช่ EAN-13 ทุกอันจะเป็นบาร์โค้ด ISBN หากคุณต้องการสร้างบาร์โค้ดสำหรับสินค้าอื่น ๆ สามารถใช้ เครื่องมือสร้าง EAN-13 ของเราได้

ถ้ามีแต่เลข ISBN แบบ 10 หลัก สามารถใช้เครื่องมือนี้ได้หรือไม่

ได้แน่นอน เครื่องมือ "ตัวสร้างบาร์โค้ด ISBN" ของเราออกแบบมาให้รองรับเลข ISBN-10 (แบบเก่า) ด้วย เพียงคุณกรอกเลข 10 หลักลงไป ระบบจะทำการแปลงเป็นเลข ISBN-13 (แบบใหม่) โดยอัตโนมัติ ด้วยการเติมเลขนำหน้า 978 และคำนวณตัวเลขตรวจสอบหลักสุดท้ายใหม่ให้ถูกต้องตามมาตรฐานสากลก่อนสร้างบาร์โค้ด

จำเป็นต้องสร้างบาร์โค้ดสำหรับราคาหนังสือแยกต่างหากหรือไม่

ไม่จำเป็นเสมอไป โดยทั่วไปบาร์โค้ด ISBN จะไม่รวมข้อมูลราคา แต่ในบางกรณี ร้านค้าหรือผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่อาจต้องการบาร์โค้ดเสริม 5 หลัก (EAN-5) ที่แสดงราคาต่อท้ายบาร์โค้ดหลัก ซึ่งเครื่องมือนี้ไม่ได้สร้างบาร์โค้ดเสริมดังกล่าว สำหรับนักเขียนอิสระหรือสำนักพิมพ์ขนาดเล็กในไทย ส่วนใหญ่นิยมพิมพ์ราคาเป็นตัวเลขธรรมดาไว้ใกล้ๆ กับบาร์โค้ดบนปกหลัง ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป

สามารถคัดลอกเลข ISBN ที่มีเครื่องหมายขีดกลาง (-) มาวางได้เลยไหม

ได้เลย คุณสามารถคัดลอกและวางเลข ISBN-13 ที่มีเครื่องหมายขีดกลางคั่นระหว่างชุดตัวเลขมาใส่ในช่องกรอกข้อมูลได้โดยตรง ระบบของเราจะตัดเครื่องหมายขีดกลางออกไปเองโดยอัตโนมัติและประมวลผลเฉพาะตัวเลขเพื่อสร้างบาร์โค้ดที่ถูกต้อง

จะขอเลข ISBN สำหรับหนังสือของตัวเองได้อย่างไร

สำหรับประเทศไทย ผู้ที่ต้องการขอเลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ (ISBN) ไม่ว่าจะเป็นนักเขียนอิสระหรือสำนักพิมพ์ จะต้องติดต่อโดยตรงที่หอสมุดแห่งชาติ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการออกเลข ISBN ในประเทศไทย คุณสามารถศึกษารายละเอียดขั้นตอนและเอกสารที่ต้องใช้ได้จากเว็บไซต์ของหอสมุดแห่งชาติ

ควรดาวน์โหลดบาร์โค้ดเป็นไฟล์ PNG หรือ SVG สำหรับงานพิมพ์

สำหรับงานออกแบบปกหนังสือเพื่อส่งโรงพิมพ์ ขอแนะนำให้ดาวน์โหลดเป็นไฟล์ SVG (Scalable Vector Graphics) เนื่องจากเป็นไฟล์แบบเวกเตอร์ที่สามารถขยายขนาดได้โดยไม่สูญเสียความคมชัด ทำให้บาร์โค้ดที่พิมพ์ออกมามีความคมชัดและสแกนได้ง่าย ส่วนไฟล์ PNG เหมาะสำหรับใช้งานบนเว็บไซต์หรือดูตัวอย่าง แต่คุณภาพอาจลดลงหากนำไปขยายขนาดเพื่อการพิมพ์

โดยทั่วไปแล้ว ควรวางบาร์โค้ด ISBN ไว้ตรงไหนของปกหนังสือ

ตามธรรมเนียมปฏิบัติสากล ตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดในการวางบาร์โค้ด ISBN คือบริเวณมุมขวาล่างของปกหลังหนังสือ การวางบาร์โค้ดในตำแหน่งนี้ช่วยให้ร้านหนังสือและห้องสมุดสามารถสแกนบาร์โค้ดได้อย่างสะดวกและรวดเร็วในขั้นตอนการจัดการสินค้าหรือยืม-คืน

เครื่องมือ "ตัวสร้างบาร์โค้ด ISBN" นี้ใช้งานได้ฟรีหรือไม่

ใช่ เครื่องมือ "ตัวสร้างบาร์โค้ด ISBN" บน Callculation เป็นเครื่องมือที่ให้บริการฟรี คุณสามารถสร้างและดาวน์โหลดบาร์โค้ดสำหรับหนังสือของคุณได้ไม่จำกัดจำนวนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เหมาะสำหรับนักเขียนอิสระ สำนักพิมพ์ขนาดเล็ก หรือใครก็ตามที่ต้องการบาร์โค้ด ISBN คุณภาพสูงสำหรับหนังสือ