เลือกภาษา

เครื่องมือสร้างบาร์โค้ดออนไลน์

สร้างบาร์โค้ด 1D ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น EAN-13, UPC และ Code 128 พร้อมปรับขนาด ความสูง และดาวน์โหลดไฟล์ภาพ PNG หรือ SVG ได้ทันที

สร้างบาร์โค้ดวิธีใช้งาน ↓
EAN, UPC, ITF และ ISBN ต้องใช้จำนวนตัวเลขที่แน่นอน ส่วน Code 128 และ Code 39 สามารถพิมพ์ข้อความอะไรก็ได้
ค่าที่ต้องการเข้ารหัสในบาร์โค้ด
ตัวคูณความกว้างของโมดูล การตั้งค่าที่มากขึ้นจะทำให้บาร์โค้ดกว้างขึ้น
ความสูงของแถบบาร์โค้ด (เป็นมิลลิเมตร)
พิมพ์ค่าที่เข้ารหัสเป็นข้อความที่อ่านได้ใต้บาร์โค้ด
Mehmet Demiray (เมห์เมต เดมิเรย์) เผยแพร่ อัปเดตล่าสุด
แชร์

การเลือกประเภทบาร์โค้ดให้เหมาะกับธุรกิจ

การจัดการสินค้าในคลังหรือการวางจำหน่ายในร้านค้าปลีกต้องการระบบที่แม่นยำ เครื่องมือสร้างบาร์โค้ดช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถผลิตรหัสแท่งที่ได้มาตรฐานสากล สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปที่วางขายในร้านสะดวกซื้อหรือซูเปอร์มาร์เก็ตในประเทศไทย การใช้ บาร์โค้ด EAN-13 เป็นมาตรฐานที่ได้รับความนิยมสูงสุด หากคุณมีสินค้าส่งออกไปยังต่างประเทศโดยเฉพาะฝั่งอเมริกา อาจต้องพิจารณา บาร์โค้ด UPC-A แทน ในส่วนของการจัดการคลังสินค้าและโลจิสติกส์ การพิมพ์รหัสบนกล่องลูกฟูกหรือบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่จะนิยมใช้มาตรฐาน ITF-14 ซึ่งออกแบบมาให้อ่านได้ง่ายแม้พิมพ์บนพื้นผิวที่หยาบ สำหรับการใช้งานภายในองค์กร การติดตามทรัพย์สิน หรือการทำรหัสพนักงาน การเลือก บาร์โค้ด Code 128 จะมีความยืดหยุ่นสูงที่สุดเนื่องจากรองรับทั้งตัวเลขและตัวอักษรภาษาอังกฤษ

กฎการใส่ข้อมูลในบาร์โค้ดแต่ละประเภท

บาร์โค้ดแต่ละประเภทมีข้อกำหนดในการป้อนข้อมูลที่แตกต่างกัน รูปแบบที่ใช้ตัวเลขเพียงอย่างเดียวเช่น EAN-13 จะต้องการตัวเลขจำนวน 12 หลัก โดยระบบสร้างบาร์โค้ดจะทำการคำนวณและเพิ่มตัวเลขตรวจสอบความถูกต้องหรือ Check Digit ในตำแหน่งที่ 13 ให้อัตโนมัติ รูปแบบ UPC-A จะต้องการตัวเลข 11 หลัก ในขณะที่ ITF-14 ต้องการตัวเลข 13 หลัก หากคุณป้อนข้อมูลไม่ครบหรือเกินกว่าที่กำหนด ระบบจะแจ้งเตือนข้อผิดพลาดอย่างชัดเจน สำหรับผู้ที่ต้องการเข้ารหัสข้อมูลผสมระหว่างตัวอักษรและตัวเลข เช่น รหัสสินค้าที่มีทั้งหมวดหมู่ตัวอักษรและเลขลำดับประยุกต์ รูปแบบ Code 128 และ Code 39 คือทางเลือกที่ถูกต้อง รูปแบบเหล่านี้สามารถรองรับตัวอักษรภาษาอังกฤษ ตัวเลข และสัญลักษณ์พิเศษบางชนิดได้ ส่วนหนังสือและสิ่งพิมพ์ต่างๆ จะมีมาตรฐานเฉพาะคือ ISBN ซึ่งอ้างอิงจากระบบสากล

การตั้งค่าขนาดบาร์โค้ดเพื่อการสแกนที่แม่นยำ

ความแม่นยำในการอ่านข้อมูลขึ้นอยู่กับการตั้งค่าขนาดที่เหมาะสมในขั้นตอนการสร้างบาร์โค้ด ผู้ใช้งานสามารถปรับตั้งค่า Scale หรือความกว้างของโมดูลเพื่อขยายขนาดโดยรวมของรหัสแท่งให้เหมาะกับพื้นที่บนฉลากสินค้า หากฉลากมีขนาดเล็กมาก การลดขนาด Scale ลงจะช่วยให้ประหยัดพื้นที่ แต่ต้องระวังไม่ให้เล็กจนเกินไปเนื่องจาก เครื่องสแกนบาร์โค้ด อาจไม่สามารถแยกแยะความกว้างของเส้นแต่ละเส้นได้ ความสูงของบาร์หรือ Bar Height ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้พนักงานสามารถเล็งเครื่องสแกนได้ง่ายขึ้น การตั้งค่าความสูงที่เหมาะสมจะช่วยลดเวลาในการทำงานที่จุดชำระเงิน สิ่งสำคัญที่สุดคือการเว้นพื้นที่ว่างซ้ายขวาหรือ Quiet Zones บริเวณขอบของรหัสแท่ง พื้นที่สีขาวนี้ทำหน้าที่เป็นจุดอ้างอิงให้เครื่องอ่านทราบว่ารหัสเริ่มต้นและสิ้นสุดที่จุดใด หากมีข้อความหรือลวดลายกราฟิกเข้าไปทับในบริเวณนี้ การสแกนจะล้มเหลวทันที

เทคนิคการพิมพ์ฉลากบาร์โค้ดให้คมชัด

เมื่อคุณดาวน์โหลดไฟล์จากระบบสร้างบาร์โค้ด การเลือกนามสกุลไฟล์ให้ตรงกับวิธีการพิมพ์จะช่วยรักษาคุณภาพของรหัสแท่ง ไฟล์รูปแบบ PNG เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป การแทรกในเอกสาร หรือการพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทและเลเซอร์ หากคุณต้องการนำรหัสไปใช้ในงานออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ต้องย่อขยายขนาดโดยไม่สูญเสียความคมชัด การดาวน์โหลดเป็นไฟล์ SVG จะตอบโจทย์ได้ดีที่สุด เทคนิคสำคัญในการพิมพ์คือการรักษาความเปรียบต่างของสี รหัสแท่งที่ดีควรเป็นเส้นสีดำทึบบนพื้นหลังสีขาวสว่าง หลีกเลี่ยงการใช้เส้นสีแดง สีส้ม หรือสีเหลือง เนื่องจากเครื่องอ่านส่วนใหญ่ใช้แสงเลเซอร์สีแดงในการสแกน ซึ่งจะทำให้มองไม่เห็นเส้นสีแดงเหล่านั้น หากคุณพิมพ์บนสติ๊กเกอร์ความร้อนหรือ Thermal Printer ควรตรวจสอบความร้อนของหัวพิมพ์ให้พอดี เพื่อไม่ให้เส้นบาร์โค้ดหนาหรือเบลอจนติดกัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้งานสร้างบาร์โค้ด

ผู้ใช้งานใหม่มักมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเลือกและการตั้งค่ารหัสแท่ง คำถามแรกที่พบบ่อยคือควรใช้รูปแบบใดสำหรับสินค้าขายปลีก หากคุณขายสินค้าเช่นขนมราคา ฿20.00 ในร้านค้าทั่วไป คำตอบคือรูปแบบ EAN-13 คำถามต่อมาคือวิธีสร้างรหัสจากข้อความอิสระ คุณสามารถทำได้โดยเลือกรูปแบบ Code 128 จากนั้นพิมพ์ตัวอักษรและตัวเลขที่ต้องการลงในช่องข้อมูล สำหรับขนาดของฉลากที่เล็กมาก ผู้ใช้มักถามว่าควรตั้งค่า Scale อย่างไร แนะนำให้ทดลองปรับ Scale ลงมาที่ระดับต่ำสุดที่เครื่องพิมพ์ของคุณสามารถพิมพ์ได้คมชัด และทดสอบสแกนจริงก่อนผลิตจำนวนมาก อีกหนึ่งคำถามที่พบบ่อยคือเหตุใดการป้อนข้อมูล 12 หลักใน EAN-13 จึงแสดงผลออกมาเป็น 13 หลัก ระบบได้คำนวณตัวเลขหลักสุดท้ายตามสูตรคณิตศาสตร์เพื่อใช้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทั้งหมด ป้องกันความผิดพลาดเวลาพนักงานสแกนสินค้า

คำถามที่เราตอบบ่อยที่สุด

ถ้าต้องการทำบาร์โค้ดสำหรับขายสินค้าในร้านค้าปลีกหรือซูเปอร์มาร์เก็ต ควรเลือกแบบไหน?

สำหรับประเทศไทยและโซนเอเชีย นิยมใช้มาตรฐาน EAN-13 เป็นหลัก คุณสามารถใช้เครื่องมือสร้างบาร์โค้ดเพื่อทำรหัสสำหรับติดสินค้าได้เลย แต่หากต้องการส่งออกไปขายที่อเมริกาหรือแคนาดา แนะนำให้เลือกใช้ UPC-A แทน คุณสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เครื่องมือสร้าง EAN-13 หรือ เครื่องมือสร้าง UPC-A

ฉันสามารถสร้างบาร์โค้ดที่มีทั้งตัวเลขและตัวอักษรภาษาอังกฤษผสมกันได้หรือไม่?

ได้แน่นอน หากข้อมูลของคุณมีทั้งตัวอักษรและตัวเลข แนะนำให้เลือกรูปแบบ Code 128 หรือ Code 39 ในระบบสร้างบาร์โค้ด เนื่องจากทั้งสองรูปแบบนี้รองรับข้อความแบบอิสระ เหมาะสำหรับการทำรหัสพัสดุ รหัสพนักงาน หรือรหัสสินค้าภายในคลังสินค้า หากคุณต้องการใช้งานเฉพาะเจาะจงสามารถลองใช้ เครื่องมือสร้าง Code 128 ได้เช่นกัน

ทำไมกรอกตัวเลข EAN-13 ไปแค่ 12 หลัก แต่ระบบแสดงผลออกมาเป็น 13 หลัก?

ระบบสร้างบาร์โค้ดจะทำการคำนวณและเพิ่มตัวเลขตรวจสอบความถูกต้อง (Check digit) ไว้ที่หลักสุดท้ายให้โดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันความผิดพลาดจากการสแกน ดังนั้นคุณจึงกรอกเพียงแค่ข้อมูลสินค้า 12 หลักแรก แล้วปล่อยให้ระบบจัดการตัวเลขหลักที่ 13 ให้เอง

หากต้องการพิมพ์บาร์โค้ดลงบนสติกเกอร์ขนาดเล็ก ควรตั้งค่าขนาดอย่างไรให้สแกนได้ง่าย?

สำหรับสติกเกอร์ขนาดเล็ก ควรปรับค่า Scale ให้อยู่ในระดับที่เส้นบาร์โค้ดไม่เบียดกันจนเกินไป และรักษาพื้นที่ว่างด้านข้าง (Quiet zones) ไว้เสมอ ความละเอียดขั้นต่ำที่แนะนำสำหรับการพิมพ์คือ 300 DPI นอกจากนี้ควรเลือกดาวน์โหลดไฟล์เป็นรูปแบบ SVG เพื่อนำไปจัดวางในโปรแกรมออกแบบ ซึ่งจะช่วยให้ภาพมีความคมชัดสูงสุดเมื่อพิมพ์ออกมา

สามารถใช้เครื่องอ่านบาร์โค้ดสแกนผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือเพื่อทดสอบได้หรือไม่?

เครื่องอ่านบาร์โค้ดรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี 2D imager สามารถสแกนบาร์โค้ดจากหน้าจอได้โดยตรง แต่หากคุณใช้เครื่องสแกนรุ่นเก่าแบบเลเซอร์ อาจจะไม่สามารถอ่านค่าจากหน้าจอที่สะท้อนแสงได้ แนะนำให้พิมพ์ลงบนกระดาษก่อนทดสอบ หรืออาจใช้ เครื่องมืออ่านบาร์โค้ด ผ่านกล้องสมาร์ทโฟนเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเบื้องต้น

บาร์โค้ดแบบ ITF-14 ต่างจาก EAN-13 อย่างไร และควรใช้เมื่อไหร่?

ITF-14 เป็นบาร์โค้ดที่ออกแบบมาสำหรับติดบนกล่องบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่หรือลังสินค้าที่ใช้ในการขนส่งและจัดเก็บในคลังสินค้า โดยมีลักษณะเด่นคือกรอบเส้นหนาสีดำล้อมรอบ ซึ่งช่วยให้อ่านค่าได้ง่ายแม้พิมพ์บนกระดาษลูกฟูก ส่วน EAN-13 จะใช้สำหรับติดบนตัวสินค้าชิ้นย่อยเพื่อขายปลีกให้แก่ผู้บริโภคทั่วไป

แหล่งอ้างอิง

  1. Barcodes · GS1
  2. Barcode · Wikipedia