เลือกภาษา

เครื่องตั้งสายกีตาร์ออนไลน์

ตั้งสายกีตาร์โปร่ง กีตาร์ไฟฟ้า เบส และอูคูเลเล่ผ่านไมโครโฟนบนเบราว์เซอร์ของคุณโดยตรง แสดงผลแบบเข็ม อ่านง่ายและแม่นยำสูง พร้อมเสียงเทียบสายมาตรฐาน

Mehmet Demiray (เมห์เมต เดมิเรย์) เผยแพร่ อัปเดตล่าสุด
แชร์
พร้อม

อนุญาตให้เข้าถึงไมโครโฟน จากนั้นดีดสายทีละสายใกล้กับอุปกรณ์ของคุณ

เสียงอ้างอิงสำหรับการตั้งสายมาตรฐาน
1. สาย · E4บางที่สุด
2. สาย · B3
3. สาย · G3
4. สาย · D3
5. สาย · A2
6. สาย · E2หนาที่สุด

ทุกอย่างทำงานในเบราว์เซอร์ของคุณ: สัญญาณไมโครโฟนจะถูกประมวลผลบนอุปกรณ์ ไม่มีการบันทึกเสียงหรืออัปโหลดข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น

ตั้งสาย E ต่ำซึ่งเป็นสายหนาสุดก่อนแล้วค่อยไล่ไปหาสายบาง จากนั้นให้ตรวจซ้ำอีกหนึ่งรอบ เพราะการขันสายหนึ่งให้ตึงอาจทำให้สายอื่นเพี้ยนไปเล็กน้อย

หากเข็มไม่ยอมนิ่งในแถบสีเขียว ให้ลองดีดเบาๆ เหนือช่องเสียงหรือปิ๊กอัพ สายที่เก่าหรือเริ่มเสื่อมสภาพมักมีระดับเสียงแกว่งขณะที่เสียงกำลังกังวาน

เครื่องตั้งสายกีตาร์ “ฟัง” เสียงสายของคุณได้อย่างไร

เมื่อคุณดีดสายกีตาร์ เสียงที่ได้ยินไม่ใช่แค่เสียง แต่เป็นคลื่นเสียงที่สั่นด้วยความถี่เฉพาะ เครื่องตั้งสายกีตาร์ออนไลน์ทำงานโดยใช้ไมโครโฟนของอุปกรณ์คุณเพื่อรับคลื่นเสียงนั้น จากนั้นซอฟต์แวร์จะวิเคราะห์รูปคลื่นเพื่อหาคาบ (period) หรือรูปแบบที่เกิดซ้ำๆ ในคลื่นเสียงนั้น คาบนี้คือหัวใจของการระบุระดับเสียง ยิ่งคลื่นสั่นเร็วเท่าไหร่ ความถี่ (วัดเป็นเฮิรตซ์ หรือ Hz) ก็จะยิ่งสูง และเสียงก็จะยิ่งแหลม ในทางกลับกัน คลื่นที่สั่นช้ากว่าจะมีความถี่ต่ำและให้เสียงที่ทุ้มกว่า เครื่องมือนี้ใช้วิธีการคำนวณที่แม่นยำเพื่อแปลงคาบของคลื่นเสียงให้เป็นค่าความถี่ที่แน่นอน เช่น สาย A (สาย 5) ในการตั้งสายมาตรฐานควรจะสั่นที่ความถี่ 110 Hz

เพื่อให้เครื่องมือทำงานได้ดีที่สุด สิ่งสำคัญคือต้องดีดสายทีละเส้นอย่างชัดเจน การดีดสายทั้งหมดพร้อมกัน (ตีคอร์ด) จะทำให้เกิดคลื่นเสียงที่ซับซ้อนหลายลูกผสมกัน ทำให้เครื่องมือไม่สามารถหารูปแบบที่ชัดเจนของสายเส้นใดเส้นหนึ่งได้ เปรียบเสมือนการพยายามฟังคนคนเดียวพูดในห้องที่เต็มไปด้วยเสียงจ้อกแจ้กจอแจ เมื่อคุณดีดเพียงสายเดียว เครื่องมือจะสามารถจับสัญญาณที่สะอาดและวิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ เครื่องมือจะหยุดแสดงผลเมื่อเสียงสายเริ่มเบาลงและไม่ชัดเจน เพื่อป้องกันการแสดงค่าที่ผิดพลาด ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมค่าที่แสดงบนหน้าจอจึงสะท้อนถึงเสียงสายที่ยังคงดังและชัดเจนอยู่เสมอ

วิธีอ่านหน้าปัดเข็ม: เข้าใจค่าเซนต์และโซนสีเขียว

หน้าปัดของเครื่องตั้งสายกีตาร์มีลักษณะคล้ายมาตรวัดแบบอนาล็อก ซึ่งช่วยให้เห็นภาพระดับเสียงได้ง่าย หัวใจสำคัญของการอ่านค่าคือการเข้าใจหน่วยที่เรียกว่า เซนต์ (cent) หนึ่งอ็อกเทฟ (octave) แบ่งออกเป็น 1,200 เซนต์ ดังนั้นระหว่างโน้ตตัวหนึ่งไปยังโน้ตตัวถัดไปที่ใกล้ที่สุด (เช่น C ไป C#) จะมีระยะห่าง 100 เซนต์ หน่วยที่ละเอียดนี้ช่วยให้เราตั้งสายได้อย่างแม่นยำมาก

บนหน้าปัด คุณจะเห็น โซนสีเขียว ตรงกลาง เมื่อเข็มชี้เข้ามาอยู่ในโซนนี้ หมายความว่าสายของคุณตั้งตรงแล้ว หรือเพี้ยนน้อยมาก (ภายใน 5 เซนต์) ซึ่งถือว่าตรงเพียงพอสำหรับหูของคนส่วนใหญ่แล้ว คุณไม่จำเป็นต้องพยายามให้เข็มอยู่นิ่งที่เลข 0 เป๊ะๆ เพราะการสั่นของสายกีตาร์นั้นมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยตลอดเวลาอยู่แล้ว

หากเข็มเบนไปทางซ้ายของโซนสีเขียว พร้อมแสดงค่าเป็นลบ (เช่น -20 เซนต์) หมายความว่าเสียง ต่ำเกินไป (flat) วิธีแก้คือให้ บิดลูกบิดขึ้น เพื่อให้สายตึงขึ้นช้าๆ สังเกตเข็มที่ค่อยๆ เคลื่อนเข้าหาโซนสีเขียว ในทางกลับกัน หากเข็มเบนไปทางขวาพร้อมแสดงค่าเป็นบวก หมายความว่าเสียง สูงเกินไป (sharp) คุณต้อง คลายลูกบิดลง เพื่อลดความตึงของสาย จำง่ายๆ: ซ้ายคือต่ำ (ต้องบิดขึ้น) ขวาคือสูง (ต้องคลายลง) จนกว่าเข็มจะเข้าสู่โซนสีเขียวที่สบายตา

การตั้งสายมาตรฐานและเสียงอ้างอิง

สำหรับกีตาร์โปร่งและกีตาร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ การตั้งสายที่นิยมใช้กันทั่วโลกคือการตั้งสายมาตรฐาน (Standard Tuning) ซึ่งเรียงลำดับโน้ตจากสายเส้นที่หนาที่สุดไปยังเส้นที่บางที่สุดดังนี้:

สาย 6 (หนาสุด): E2 สาย 5: A2 สาย 4: D3 สาย 3: G3 สาย 2: B3 สาย 1 (บางสุด): E4

สิ่งสำคัญที่ต้องจำสำหรับผู้เริ่มต้นคือการนับสายกีตาร์ในประเทศไทยจะนับ สาย 1 เป็นสายที่เล็กที่สุด และ สาย 6 เป็นสายที่ใหญ่ที่สุด ตัวเลขที่ตามหลังชื่อโน้ต (เช่น E2, E4) บ่งบอกถึงอ็อกเทฟหรือช่วงคู่แปดของเสียง จะเห็นว่าสายที่บางที่สุด (E4) มีเสียงสูงกว่าสายที่หนาที่สุด (E2) อยู่สองอ็อกเทฟพอดี

เครื่องตั้งสายกีตาร์นี้ยังมีฟังก์ชัน เสียงอ้างอิง สำหรับแต่ละสายอีกด้วย คุณสามารถกดปุ่มโน้ตแต่ละตัว (E2, A2, D3, G3, B3, E4) เพื่อฟังเสียงไซน์ (sine tone) ที่มีความถี่ตรงตามมาตรฐาน A4=440 Hz นี่เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับการฝึกทักษะการตั้งสายด้วยหู ลองฟังเสียงอ้างอิงแล้วพยายามปรับสายของคุณให้มีเสียงใกล้เคียงกันที่สุด จากนั้นจึงใช้หน้าปัดเข็มเพื่อปรับจูนอย่างละเอียดอีกครั้ง การฝึกฝนเช่นนี้จะช่วยให้หูของคุณไวต่อความเพี้ยนของเสียงมากขึ้นในระยะยาว

ขั้นตอนการตั้งสายกีตาร์ที่ถูกต้องและได้ผล

การตั้งสายกีตาร์ให้ได้ผลดีและมีความเสถียรนั้นมีขั้นตอนง่ายๆ ที่ควรปฏิบัติเป็นประจำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด การทำตามลำดับขั้นตอนจะช่วยให้แรงดึงบนคอกีตาร์มีความสมดุลและลดความคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดขึ้นได้

  1. เริ่มจากสายที่หนาที่สุด: เริ่มตั้งสายจากสาย 6 (E2) ก่อนเสมอ แล้วไล่ลำดับไปยังสาย 5, 4, 3, 2, และ 1 การเริ่มจากสายที่มีแรงดึงมากที่สุดจะช่วยให้โครงสร้างของกีตาร์เข้าที่ได้ดีกว่า
  1. ตั้งสายโดยการ "บิดขึ้น" เสมอ: นี่เป็นเทคนิคที่สำคัญมาก หากเสียงของสายต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ให้คุณบิดลูกบิดเพื่อเพิ่มความตึงจนกว่าจะตรง แต่ถ้าเสียงสูงเกินไป ให้คลายสายลงจนเสียงต่ำกว่าโน้ตที่ต้องการเล็กน้อย แล้วค่อยๆ บิดขึ้น เพื่อให้ถึงโน้ตที่ถูกต้องอีกครั้ง วิธีนี้จะช่วยให้เฟืองของลูกบิดขบกันแน่นและป้องกันไม่ให้สายคลายตัวง่ายหลังจากตั้งเสร็จ
  1. ตั้งให้ครบทุกสายหนึ่งรอบ: ไล่ตั้งสายตั้งแต่สาย 6 ถึงสาย 1 ตามขั้นตอนข้างต้นอย่างใจเย็น ไม่ต้องกังวลหากสายที่ตั้งไปก่อนหน้าจะเพี้ยนไปเล็กน้อย
  1. ทวนซ้ำอีกครั้ง: หลังจากตั้งครบทั้งหกสายในรอบแรกแล้ว ให้กลับไปตรวจสอบความถูกต้องของแต่ละสายอีกครั้ง เริ่มจากสาย 6 ใหม่ การปรับความตึงของสายหนึ่งจะส่งผลกระทบต่อแรงดึงรวมบนคอกีตาร์ ซึ่งอาจทำให้สายอื่นๆ ที่ตั้งไปแล้วเพี้ยนเล็กน้อยได้ การทวนซ้ำรอบที่สองจะช่วยปรับจูนให้ทุกสายเข้าที่และมีความแม่นยำมากขึ้น เมื่อทุกสายอยู่ในโซนสีเขียวภายใน 5 เซนต์ คอร์ดที่คุณเล่นก็จะฟังดูไพเราะและไม่เพี้ยน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการตั้งสายและวิธีแก้ไข

การตั้งสายกีตาร์อาจดูเหมือนง่าย แต่ก็มีข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่ผู้เล่นมักทำโดยไม่รู้ตัว ซึ่งส่งผลต่อความแม่นยำและความเสถียรของเสียง การทำความเข้าใจข้อผิดพลาดเหล่านี้จะช่วยให้คุณตั้งสายได้อย่างมืออาชีพมากขึ้น

* การดีดสายแรงเกินไป: เมื่อคุณดีดสายแรงๆ ในช่วงแรก เสียงที่เกิดขึ้นจะสูงกว่าปกติเล็กน้อย (อาจสูงขึ้นถึง 10 เซนต์) ก่อนจะค่อยๆ ลดลงมาสู่ระดับเสียงที่แท้จริง ดังนั้นควรรอให้เสียงนิ่งสักครู่แล้วจึงอ่านค่าบนหน้าปัด หรือดีดด้วยน้ำหนักปานกลางเหมือนเวลาเล่นปกติ

* ตั้งสายในที่ที่มีเสียงรบกวน: เครื่องตั้งสายกีตาร์ทำงานโดยการฟังเสียงผ่านไมโครโฟน หากมีเสียงทีวี เสียงคนคุย หรือเสียงรบกวนอื่นๆ ดังแทรกเข้ามา เครื่องมืออาจไม่สามารถจับเสียงกีตาร์ของคุณได้อย่างชัดเจน ในกรณีนี้ หน้าปัดอาจไม่แสดงผลหรือแสดงผลไม่นิ่ง นี่ไม่ใช่ข้อบกพร่อง แต่เป็นกลไกป้องกันการเดาสุ่ม ควรหาสถานที่ที่เงียบสงบเพื่อทำการตั้งสาย

* คาดหวังให้เข็มนิ่งสนิท: การสั่นของสายกีตาร์นั้นไม่คงที่อย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อเสียงค่อยๆ เบาลง ความถี่อาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ทำให้เข็มบนหน้าปัดขยับไปมาบ้าง ตราบใดที่เข็มยังคงแกว่งอยู่ในโซนสีเขียว ก็ถือว่าสายของคุณตั้งตรงแล้ว

* การใช้งานกับเครื่องดนตรีอื่น: เครื่องตั้งสายนี้เป็นแบบโครมาติก (Chromatic) ซึ่งหมายความว่ามันสามารถตรวจจับโน้ตได้ทุกตัวในสเกลตะวันตก ไม่ได้จำกัดแค่โน้ตของกีตาร์ คุณจึงสามารถใช้ตั้งสายเบส 4 สาย (ตั้งแต่สาย E ต่ำสุดที่ประมาณ 41 Hz) หรืออูคูเลเล่ได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม เสียงอ้างอิงถูกตั้งค่าไว้สำหรับการตั้งสายกีตาร์มาตรฐานที่ A4=440 Hz เท่านั้น

คำถามที่เราตอบบ่อยที่สุด

เครื่องตั้งสายกีตาร์ออนไลน์แบบนี้แม่นยำแค่ไหนเมื่อเทียบกับจูนเนอร์แบบหนีบ?

ทั้งสองแบบมีความแม่นยำสูงครับ แต่ต่างกันที่วิธีรับเสียง จูนเนอร์แบบหนีบจะจับแรงสั่นสะเทือนโดยตรงจากหัวกีตาร์ ทำให้เหมาะกับสถานที่ที่มีเสียงดังรบกวน ส่วนเครื่องตั้งสายกีตาร์ออนไลน์ของเราใช้ไมโครโฟน ซึ่งจะทำงานได้แม่นยำที่สุดในห้องที่เงียบ สำหรับการฝึกซ้อมที่บ้านหรือในที่ที่ไม่มีเสียงรบกวน ความแม่นยำนั้นเทียบเท่ากันและเพียงพอต่อการใช้งานแน่นอนครับ

ควรเริ่มตั้งสายกีตาร์จากสายไหนก่อนดี?

วิธีที่แนะนำโดยทั่วไปคือเริ่มตั้งจากสายที่หนาที่สุด (สาย 6, เสียง E ต่ำ) แล้วไล่ไปยังสายที่เล็กที่สุด (สาย 1, เสียง E สูง) ครับ การทำแบบนี้จะช่วยกระจายแรงดึงบนคอกีตาร์ได้อย่างสมดุล หลังจากตั้งครบทุกสายในรอบแรกแล้ว ควรย้อนกลับไปเช็คความถูกต้องของทุกสายอีกครั้ง โดยเริ่มจากสาย 6 เหมือนเดิม เพราะการปรับสายหนึ่งอาจส่งผลต่อความตึงของสายอื่นๆ เล็กน้อยครับ

ทำไมบางทีดีดสายแล้วเข็มบนหน้าจอไม่นิ่งเลย แกว่งไปมาตลอด?

เป็นเรื่องปกติของเสียงเครื่องดนตรีครับ ในช่วงแรกที่เราดีดสาย เสียงจะพุ่งสูงขึ้นเล็กน้อย (sharp) ประมาณ 10 เซ็นต์ แล้วจะค่อยๆ ลดลงมาสู่ระดับเสียงที่ถูกต้องในขณะที่เสียงค่อยๆ จางลง เครื่องตั้งสายของเรามีความไวพอที่จะจับการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ นี้ได้ ขอแค่ให้เข็มแกว่งอยู่ในโซนสีเขียว (คลาดเคลื่อนไม่เกิน 5 เซ็นต์) ก็ถือว่าสายนั้นตรงแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้เข็มนิ่งสนิทครับ

ถ้าเสียงเพี้ยนต่ำ (flat) หรือสูง (sharp) ไป ต้องหมุนลูกบิดทางไหน?

ง่ายๆ เลยครับ ถ้าหน้าจอแสดงว่าเสียง "ต่ำ" หรือ flat (เช่น แสดงค่า -20 เซ็นต์) แปลว่าสายหย่อนไป ให้หมุนลูกบิดเพื่อ "ขึงสายให้ตึงขึ้น" ในทางกลับกัน ถ้าหน้าจอแสดงว่าเสียง "สูง" หรือ sharp แปลว่าสายตึงไป ให้ "คลายสายให้หย่อนลง" ทิศทางการหมุนจะแตกต่างกันไปในกีตาร์แต่ละตัว ลองค่อยๆ หมุนทีละนิดแล้วสังเกตการเปลี่ยนแปลงบนหน้าจอครับ

ใช้เครื่องมือนี้ตั้งสายเบส อูคูเลเล่ หรือเครื่องดนตรีอื่นได้ไหม?

ได้แน่นอนครับ เครื่องตั้งสายของเราเป็นแบบโครมาติก (Chromatic) ซึ่งหมายความว่ามันสามารถตรวจจับโน้ตได้ทุกตัว ไม่ได้จำกัดแค่โน้ตมาตรฐานของกีตาร์ คุณจึงสามารถใช้ตั้งสายเบส 4 สาย (ตั้งแต่สาย E ต่ำสุด), อูคูเลเล่, ไวโอลิน หรือแม้กระทั่งใช้เช็คคีย์เสียงร้องก็ได้ โดยเครื่องมือของเรารองรับความถี่ตั้งแต่ 40 Hz ถึง 1,400 Hz แต่จะไม่สามารถตั้งสาย B ต่ำสุดของเบส 5 สายได้ครับ

ทำไมบางครั้งดีดสายแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้นบนหน้าจอเลย?

อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุครับ อันดับแรก ลองตรวจสอบว่าคุณได้กดปุ่ม "อนุญาต" ให้เว็บไซต์เข้าถึงไมโครโฟนของอุปกรณ์แล้วหรือยัง สองคืออาจมีเสียงรบกวนรอบข้างมากเกินไป เช่น เสียงพัดลม หรือเสียงทีวี ทำให้เครื่องมือจับเสียงกีตาร์ได้ไม่ชัดเจน ลองย้ายไปอยู่ในที่ที่เงียบขึ้น และสุดท้ายคืออาจจะดีดสายเบาเกินไป หรือปล่อยให้เสียงจางหายไปแล้ว ลองดีดให้ดังและชัดเจนขึ้นอีกนิดครับ

ต้องดาวน์โหลดแอปหรือโปรแกรมอะไรเพิ่มเติมไหม? แล้วข้อมูลเสียงปลอดภัยหรือเปล่า?

ไม่ต้องติดตั้งอะไรทั้งสิ้นครับ เครื่องตั้งสายกีตาร์นี้ทำงานได้โดยตรงบนเว็บเบราว์เซอร์ของคุณเลย แค่เปิดหน้าเว็บก็พร้อมใช้งานทันที ส่วนเรื่องความเป็นส่วนตัวนั้นสำคัญที่สุด เสียงจากไมโครโฟนของคุณจะถูกประมวลผลบนเครื่องของคุณแบบเรียลไทม์ ไม่มีการบันทึกหรือส่งข้อมูลเสียงไปที่เซิร์ฟเวอร์ของเราอย่างเด็ดขาด ปลอดภัย 100% และยังสามารถใช้งานแบบออฟไลน์ได้หลังจากโหลดหน้าเว็บครั้งแรกแล้วด้วยครับ

สามารถใช้ตั้งสายกีตาร์ที่ความถี่อื่น เช่น A4 = 432 Hz ได้หรือไม่?

สำหรับเวอร์ชันปัจจุบัน เครื่องตั้งสายของเราถูกตั้งค่ามาตรฐานอ้างอิงไว้ที่ A4 = 440 Hz เท่านั้น ยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนค่าความถี่อ้างอิงเป็นค่าอื่น เช่น 432 Hz ได้ครับ