เลือกภาษา

โปรแกรมแปลงไฟล์ HEIC เป็น JPG

แปลงไฟล์ HEIC จาก iPhone และ iPad ให้เป็น JPG ที่ใช้งานได้ทุกที่ ทำงานรวดเร็วในเบราว์เซอร์ของคุณโดยไม่ต้องอัปโหลดไฟล์ สามารถปรับคุณภาพของไฟล์ JPG ได้

Mehmet Demiray (เมห์เมต เดมิเรย์) เผยแพร่ อัปเดตล่าสุด
แชร์
ประมวลผลในเบราว์เซอร์ของคุณโดยตรง ไม่มีการอัปโหลดไฟล์
1 ถึง 100 ค่า 92 จะรักษารายละเอียดภาพให้เหมือนเดิม ส่วนค่าที่น้อยกว่าจะช่วยลดขนาดไฟล์

iPhone บันทึกรูปภาพเป็นไฟล์ HEIC โดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นฟอร์แมตที่ดีมาก แต่หลายเว็บไซต์ ฟอร์ม และโปรแกรมรุ่นเก่ายังไม่รองรับ ไฟล์ JPG ที่แปลงแล้วจะสามารถเปิดได้ทุกที่

ไฟล์ HEIC คืออะไร? ทำความรู้จักไฟล์รูปภาพมาตรฐานใหม่ของ Apple

หากคุณใช้ iPhone หรือ iPad ที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา คุณอาจสังเกตเห็นว่ารูปถ่ายของคุณถูกบันทึกเป็นไฟล์นามสกุล .HEIC แทนที่จะเป็น .JPG แบบเดิมๆ หลายคนอาจสงสัยว่าไฟล์ HEIC คืออะไรและทำไม Apple ถึงเปลี่ยนมาใช้รูปแบบนี้

HEIC (High Efficiency Image Container) คือรูปแบบไฟล์รูปภาพที่ Apple เริ่มใช้เป็นค่าเริ่มต้นตั้งแต่ระบบปฏิบัติการ iOS 11 เป็นต้นไป ชื่อเต็มๆ ของเทคโนโลยีนี้คือ HEIF (High Efficiency Image File Format) ซึ่งใช้การบีบอัดข้อมูลแบบ HEVC (High Efficiency Video Coding) หรือที่รู้จักกันในชื่อ H.265 ข้อดีหลักของ HEIC คือประสิทธิภาพในการบีบอัดข้อมูลที่เหนือกว่า JPG อย่างเห็นได้ชัด โดยไฟล์ HEIC จะมีขนาดเล็กกว่าไฟล์ JPG ประมาณครึ่งหนึ่ง (50%) เมื่อเทียบกันที่คุณภาพของภาพในระดับเดียวกัน

การที่ไฟล์มีขนาดเล็กลงหมายความว่าคุณจะสามารถเก็บรูปภาพใน iPhone ได้มากขึ้น และยังใช้พื้นที่ในการสำรองข้อมูลบน iCloud น้อยลงอีกด้วย นอกจากนี้ HEIC ยังรองรับคุณสมบัติที่ทันสมัยกว่า JPG เช่น การเก็บภาพหลายภาพในไฟล์เดียว (สำหรับ Live Photos หรือโหมดถ่ายภาพต่อเนื่อง), การรองรับความลึกของสีถึง 16 บิต (เทียบกับ 8 บิตของ JPG) ซึ่งให้สีสันที่สมจริงและไล่ระดับได้เนียนตากว่า และยังสามารถบันทึกข้อมูลความลึก (depth map) สำหรับการถ่ายภาพบุคคล (Portrait Mode) ได้อีกด้วย แม้ HEIC จะมีข้อดีทางเทคนิคมากมาย แต่ความเข้ากันได้กับอุปกรณ์และโปรแกรมอื่นๆ ยังคงเป็นความท้าทายหลัก ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้หลายคนต้องมองหาเครื่องมือแปลงไฟล์อยู่บ่อยครั้ง

ทำไมเว็บไซต์และโปรแกรมต่างๆ ถึงไม่รองรับไฟล์ HEIC จาก iPhone

ปัญหาที่ผู้ใช้ iPhone หลายคนพบบ่อยคือ เมื่อต้องการอัปโหลดรูปภาพไปยังเว็บไซต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเว็บสมัครงาน, เว็บไซต์หน่วยงานราชการ, หรือแม้แต่โซเชียลมีเดียบางแห่ง ระบบกลับแจ้งเตือนว่าไม่รองรับไฟล์ .HEIC ทำให้เกิดความสับสนว่าทำไมไฟล์รูปภาพจากโทรศัพท์ของตนจึงใช้งานไม่ได้ ทั้งที่ HEIC เป็นไฟล์คุณภาพสูง

สาเหตุหลักที่ทำให้การยอมรับไฟล์ HEIC เป็นไปอย่างเชื่องช้า มาจากเรื่องสิทธิบัตรของเทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูล HEVC (H.265) ที่ใช้ในไฟล์ HEIC นั้นมีความซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายในการขออนุญาตใช้งาน นักพัฒนาซอฟต์แวร์และผู้ให้บริการเว็บไซต์จำนวนมากจึงเลือกที่จะไม่เพิ่มการรองรับไฟล์รูปแบบนี้เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาด้านกฎหมายและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น พวกเขาจึงยังคงยึดรูปแบบ JPG ซึ่งเป็นมาตรฐานเปิดที่ใช้งานได้ฟรีและเป็นที่ยอมรับในวงกว้างมานานหลายทศวรรษ

ผลกระทบที่เห็นได้ชัดคือ เว็บเบราว์เซอร์ส่วนใหญ่ ยกเว้น Safari ของ Apple ไม่สามารถแสดงผลไฟล์ HEIC ได้โดยตรง ดังนั้น เมื่อคุณพยายามอัปโหลดไฟล์ HEIC ไปยังฟอร์มบนเว็บไซต์ ระบบหลังบ้านจึงมักจะปฏิเสธไฟล์เหล่านั้นทันทีเพราะไม่รู้จักหรือไม่สามารถประมวลผลได้ เช่นเดียวกันกับโปรแกรมแต่งรูปในคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าๆ หรือระบบปฏิบัติการ Windows และ Android ในเวอร์ชันที่ไม่ใช่รุ่นล่าสุด ก็อาจไม่สามารถเปิดดูไฟล์ HEIC ได้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ การใช้เครื่องมือ แปลง HEIC เป็น JPG จึงกลายเป็นทางออกที่ง่ายและรวดเร็วที่สุดเพื่อแก้ปัญหาความเข้ากันได้นี้

วิธีใช้เครื่องมือแปลงไฟล์ HEIC เป็น JPG แบบง่ายๆ ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม

การแปลงไฟล์รูปภาพ HEIC จาก iPhone ของคุณให้กลายเป็นไฟล์ JPG ที่ใช้งานได้ทุกที่นั้นทำได้ง่ายและรวดเร็วด้วยเครื่องมือออนไลน์ของเรา คุณไม่จำเป็นต้องติดตั้งแอปพลิเคชันใดๆ เพิ่มเติมหรือสมัครสมาชิกให้ยุ่งยาก ทุกขั้นตอนเกิดขึ้นโดยตรงในเว็บเบราว์เซอร์ของคุณ ทำให้มั่นใจได้ว่ารูปภาพส่วนตัวของคุณจะไม่ถูกอัปโหลดไปที่เซิร์ฟเวอร์ใดๆ

ทำตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้: 1. เลือกไฟล์: กดปุ่ม "เลือกไฟล์" เพื่อเปิดหน้าต่างเลือกไฟล์จากคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ของคุณ หรือจะลากไฟล์ .HEIC ที่ต้องการมาวางในพื้นที่ที่กำหนดก็ได้ 2. ตั้งค่าคุณภาพ (ไม่บังคับ): เครื่องมือจะตั้งค่าคุณภาพของไฟล์ JPG ไว้ที่ 92 ซึ่งเป็นค่าที่ให้ความสมดุลระหว่างขนาดไฟล์และคุณภาพของภาพ โดยแทบจะมองไม่เห็นความแตกต่างจากไฟล์ต้นฉบับด้วยตาเปล่า หากคุณต้องการไฟล์ที่ขนาดเล็กลงอีก ก็สามารถลดค่าคุณภาพนี้ลงได้ 3. เริ่มการแปลง: กดปุ่ม "แปลงไฟล์" หลังจากนั้นเครื่องมือจะเริ่มทำงานทันที สำหรับการใช้งานครั้งแรก อาจใช้เวลาสักครู่เพื่อดาวน์โหลดตัวถอดรหัสขนาดประมาณ 1.3 MB แต่ในการแปลงไฟล์ครั้งต่อๆ ไปจะรวดเร็วขึ้นมาก 4. ดาวน์โหลดไฟล์ JPG: เมื่อการแปลงเสร็จสิ้น ไฟล์ JPG ใหม่จะถูกดาวน์โหลดลงในอุปกรณ์ของคุณโดยอัตโนมัติ

ข้อควรรู้เพิ่มเติมคือ หากไฟล์ HEIC ของคุณเป็นภาพถ่ายต่อเนื่อง (Burst Mode) หรือ Live Photo เครื่องมือจะแปลงเฉพาะภาพหลักที่เป็นภาพนิ่งเพียงภาพเดียว นอกจากนี้ โดยปกติแล้วไฟล์ JPG ที่ได้จะมีขนาดใหญ่กว่าไฟล์ HEIC ต้นฉบับ เนื่องจากประสิทธิภาพการบีบอัดของ HEIC ดีกว่า หากคุณต้องการลดขนาดไฟล์ JPG ที่แปลงแล้ว สามารถใช้ เครื่องมือบีบอัดไฟล์รูปภาพ ของเราต่อได้เลย

วิธีตั้งค่า iPhone ให้ถ่ายรูปเป็น JPG แทน HEIC เพื่อความสะดวกในการใช้งาน

แม้ว่าการใช้เครื่องมือ แปลง HEIC เป็น JPG จะเป็นวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่สะดวก แต่สำหรับผู้ที่ต้องแชร์รูปภาพกับอุปกรณ์อื่นหรืออัปโหลดไฟล์ขึ้นเว็บเป็นประจำ การตั้งค่าให้ iPhone บันทึกรูปภาพเป็นไฟล์ JPG ตั้งแต่แรกอาจเป็นทางเลือกที่สะดวกกว่าในระยะยาว การตั้งค่านี้จะช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาแปลงไฟล์ในภายหลัง

คุณสามารถเปลี่ยนรูปแบบการบันทึกไฟล์ของกล้องได้โดยตรงในการตั้งค่าของ iPhone วิธีการอาจแตกต่างกันเล็กน้อยใน iOS แต่ละเวอร์ชัน แต่โดยหลักการแล้วจะคล้ายกันดังนี้: 1. เปิดแอป การตั้งค่า (Settings) บน iPhone ของคุณ 2. เลื่อนลงมาแล้วแตะที่เมนู กล้อง (Camera) 3. แตะที่ รูปแบบ (Formats) 4. คุณจะเห็นสองตัวเลือก: ประสิทธิภาพสูง (High Efficiency) และ เข้ากันได้มากที่สุด (Most Compatible) 5. เลือก เข้ากันได้มากที่สุด (Most Compatible)

เมื่อตั้งค่าเป็น "เข้ากันได้มากที่สุด" แล้ว iPhone ของคุณจะถ่ายและบันทึกรูปภาพใหม่ทั้งหมดเป็นไฟล์ JPG และวิดีโอเป็นไฟล์ MP4 (H.264) ซึ่งเป็นรูปแบบที่รองรับอย่างแพร่หลายในทุกอุปกรณ์และแพลตฟอร์ม ข้อเสียคือไฟล์รูปภาพและวิดีโอจะมีขนาดใหญ่กว่าแบบ "ประสิทธิภาพสูง" ซึ่งอาจทำให้พื้นที่เก็บข้อมูลในเครื่องเต็มเร็วขึ้น

อีกวิธีหนึ่งคือ iPhone มีคุณสมบัติแปลงไฟล์อัตโนมัติเมื่อแชร์รูปภาพไปยังอุปกรณ์ที่ไม่ใช่ของ Apple เช่น การส่งผ่าน AirDrop ไปยัง Mac จะยังคงเป็น HEIC แต่การส่งไปยังคอมพิวเตอร์ Windows หรือการแนบไฟล์ในอีเมลบางแอป รูปภาพจะถูกแปลงเป็น JPG โดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม การตั้งค่ากล้องโดยตรงจะให้ความแน่นอนมากกว่าเมื่อคุณต้องการไฟล์ JPG เสมอ

เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย: เมื่อไหร่ควรใช้ HEIC และเมื่อไหร่ควรใช้ JPG

การเลือกระหว่างไฟล์ HEIC และ JPG ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และวัตถุประสงค์การใช้งานของคุณเป็นหลัก ทั้งสองรูปแบบมีจุดแข็งและจุดอ่อนที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้จะช่วยให้คุณจัดการกับไฟล์รูปภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

HEIC (High Efficiency Image Container) ข้อดี: ขนาดไฟล์เล็กกว่า JPG เกือบครึ่งหนึ่งที่คุณภาพเท่ากัน ช่วยประหยัดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้มาก รองรับสีได้มากกว่า (16 บิต) ทำให้การไล่ระดับสีดูเป็นธรรมชาติ และยังรองรับคุณสมบัติพิเศษเช่น Live Photos, ภาพโปร่งใส (Transparency) และภาพเคลื่อนไหวได้ในไฟล์เดียว ข้อเสีย: ข้อเสียที่ใหญ่ที่สุดคือความเข้ากันได้ ยังไม่เป็นที่รองรับในวงกว้างบนเว็บไซต์, โปรแกรมรุ่นเก่า, และอุปกรณ์ที่ไม่ใช่ของ Apple * เหมาะสำหรับ: การใช้งานภายในระบบนิเวศของ Apple, การเก็บรูปภาพจำนวนมากในอุปกรณ์ที่มีพื้นที่จำกัด, และสำหรับช่างภาพที่ต้องการคุณภาพสีสูงสุดเพื่อนำไปปรับแต่งต่อ

JPG (Joint Photographic Experts Group) ข้อดี: เป็นมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับมานานหลายสิบปี สามารถเปิดดู, แก้ไข, และอัปโหลดได้แทบทุกที่ ทุกอุปกรณ์ และทุกโปรแกรมโดยไม่มีปัญหาเรื่องความเข้ากันได้ ข้อเสีย: ขนาดไฟล์ใหญ่กว่า HEIC ที่คุณภาพใกล้เคียงกัน และรองรับความลึกของสีเพียง 8 บิต ซึ่งอาจทำให้เห็นการแบ่งชั้นของสี (Color Banding) ในภาพที่มีการไล่ระดับสีที่ซับซ้อน เช่น ภาพท้องฟ้า * เหมาะสำหรับ: การแชร์รูปภาพผ่านอินเทอร์เน็ต, การอัปโหลดขึ้นเว็บไซต์, การส่งให้ผู้อื่นที่ใช้อุปกรณ์หลากหลาย, และการพิมพ์

สรุปได้ว่า หากคุณให้ความสำคัญกับ การประหยัดพื้นที่และคุณภาพสูงสุด และใช้งานในกลุ่มอุปกรณ์ Apple เป็นหลัก HEIC คือตัวเลือกที่ดีกว่า แต่ถ้า ความเข้ากันได้ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด JPG ยังคงเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยและไร้ปัญหาที่สุด หากคุณต้องการสลับไปมาระหว่างสองรูปแบบนี้ คุณสามารถใช้เครื่องมือ แปลง JPG กลับเป็น HEIC ได้เช่นกัน และอย่าลืมว่าข้อมูลเมตาดาต้า เช่น ตำแหน่งที่ถ่าย จะยังคงอยู่ในไฟล์หลังการแปลง หากกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว ควรใช้ เครื่องมือลบข้อมูล EXIF ก่อนแชร์

คำถามที่เราตอบบ่อยที่สุด

ไฟล์ HEIC คืออะไร ทำไมบางเว็บไซต์เปิดไม่ได้

HEIC คือฟอร์แมตรูปภาพมาตรฐานของ Apple ที่ใช้ใน iPhone และ iPad ตั้งแต่ iOS 11 เป็นต้นไป ข้อดีคือไฟล์มีขนาดเล็กกว่า JPG เกือบครึ่งหนึ่งแต่คุณภาพเทียบเท่ากัน แต่เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่ค่อนข้างใหม่และมีประเด็นเรื่องสิทธิบัตร ทำให้เว็บไซต์, โปรแกรม หรืออุปกรณ์รุ่นเก่าๆ จำนวนมากยังไม่รองรับไฟล์ชนิดนี้ จึงจำเป็นต้องแปลงเป็น JPG ก่อนใช้งาน

จะใช้เครื่องมือ แปลง HEIC เป็น JPG ต้องทำอย่างไร

เพียงแค่เลือกหรือลากไฟล์ HEIC ที่คุณต้องการแปลงมาวางในช่องที่กำหนด จากนั้นเครื่องมือจะทำการแปลงไฟล์ให้เป็น JPG โดยอัตโนมัติ คุณสามารถปรับระดับคุณภาพของไฟล์ JPG ได้ตามต้องการก่อนกดดาวน์โหลดเพื่อบันทึกไฟล์ลงในเครื่องของคุณ

รูปภาพของฉันจะถูกอัปโหลดไปที่เซิร์ฟเวอร์หรือไม่ ปลอดภัยแค่ไหน

ไม่เลย การแปลงไฟล์ทั้งหมดเกิดขึ้นบนเบราว์เซอร์ในคอมพิวเตอร์หรือมือถือของคุณโดยตรง รูปภาพส่วนตัวของคุณจะไม่ถูกส่งออกจากเครื่องไปที่ไหนทั้งสิ้น ทำให้มั่นใจได้ในความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว 100%

ทำไมไฟล์ JPG ที่แปลงแล้วถึงมีขนาดใหญ่กว่าไฟล์ HEIC เดิม

เป็นเรื่องปกติครับ เนื่องจากฟอร์แมต HEIC ใช้เทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูลที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพกว่า JPG ทำให้ได้ไฟล์ขนาดเล็กกว่าที่คุณภาพใกล้เคียงกัน เมื่อแปลงกลับมาเป็นฟอร์แมต JPG ที่แพร่หลายกว่า ขนาดไฟล์จึงมักจะใหญ่ขึ้น หากคุณต้องการลดขนาดไฟล์ JPG ที่ได้ สามารถใช้เครื่องมือ บีบอัดไฟล์รูปภาพ ของเราต่อได้

การแปลงไฟล์จะทำให้คุณภาพของรูปลดลงหรือไม่

การแปลงไฟล์อาจมีการสูญเสียคุณภาพเล็กน้อย แต่แทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า โดยเฉพาะเมื่อใช้ค่าเริ่มต้นที่ 92 ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่คมชัดและมีคุณภาพสูงใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุด คุณสามารถปรับแถบเลื่อนคุณภาพเพื่อควบคุมขนาดไฟล์และคุณภาพของภาพได้ด้วยตัวเอง

ต้องสมัครสมาชิกหรือติดตั้งโปรแกรมเสริมไหม

ไม่ต้องเลยครับ เครื่องมือ แปลง HEIC เป็น JPG ของเราใช้งานได้ฟรีผ่านเบราว์เซอร์ทันที ไม่มีการสมัครสมาชิก ไม่มีลายน้ำ และไม่ต้องติดตั้งแอปพลิเคชันหรือโปรแกรมใดๆ เพิ่มเติม

ข้อมูลรูปถ่าย (EXIF) เช่น ตำแหน่งที่ถ่าย จะยังอยู่หลังจากแปลงไฟล์หรือไม่

โดยส่วนใหญ่แล้ว ข้อมูล EXIF จากไฟล์ต้นฉบับจะถูกโอนมายังไฟล์ JPG ที่แปลงแล้วด้วย อย่างไรก็ตาม หากคุณกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวและต้องการตรวจสอบหรือลบข้อมูลเหล่านี้ก่อนแชร์รูปภาพ เราขอแนะนำให้ใช้ เครื่องมือดูและลบข้อมูล EXIF ของเราเพื่อความมั่นใจ

สรุปแล้วควรใช้ไฟล์ HEIC หรือ JPG ดีกว่ากัน

ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ครับ HEIC เหมาะสำหรับการเก็บรูปภาพไว้ในเครื่องเพื่อประหยัดพื้นที่จัดเก็บ ส่วน JPG เหมาะสำหรับความเข้ากันได้สูงสุด เพราะสามารถเปิดดูและใช้งานได้แทบทุกโปรแกรมและทุกอุปกรณ์ หากต้องการแชร์ไฟล์ให้คนอื่นหรืออัปโหลดขึ้นเว็บ การใช้ JPG จะสะดวกกว่า แต่หากต้องการแปลงกลับไปเป็น HEIC ก็สามารถใช้ เครื่องมือแปลง JPG เป็น HEIC ของเราได้เช่นกัน

ทำไมตอนแปลงรูปแรกถึงใช้เวลาโหลดสักครู่

ในการใช้งานครั้งแรก เบราว์เซอร์ของคุณจะต้องดาวน์โหลดโค้ดสำหรับถอดรหัสไฟล์ HEIC ซึ่งมีขนาดประมาณ 1.3 MB ทำให้ใช้เวลาสักครู่หนึ่ง แต่หลังจากโหลดเสร็จในครั้งแรกแล้ว การแปลงไฟล์รูปภาพต่อๆ ไปในครั้งถัดไปจะรวดเร็วและเกิดขึ้นแทบจะทันที

แหล่งอ้างอิง

  1. High Efficiency Image File Format · Wikipedia
  2. libheif — HEIF and AVIF file format decoder and encoder · GitHub · struktur AG
  3. heic2any — converting HEIC/HEIF to PNG/JPEG in the browser · GitHub · Alex Corvi